เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ต.ค. 68 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข พ.ศ. … ที่มีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นประธานกมธ.วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว  โดยมีสาระสำคัญคือ การตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข มีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่ชี้ขาดการได้รับการนิรโทษกรรมและการพ้นจากความผิดทั้งปวง เพื่อนำไปสู่การสร้างเสริมสังคมสันติสุข กำหนดให้การกระทำของบุคคลที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง อันมีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 ถึง 16 ก.ค. 2568 ที่เกี่ยวพันกับฐานความผิดในบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.ฉบับนี้ 25 ฐานความผิด ได้รับนิรโทษกรรม พ้นจากความผิด ยกเว้นคดีทุจริต คดีกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บสาหัส คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่อยู่ในเงื่อนไขได้รับนิรโทษกรรม อย่างไรก็ตาม กมธ.เพิ่มมาตรา 9/1 เพื่อเปิดทางช่วยกรณีผู้กระทำผิดที่อายุต่ำกว่า 18 ปี โดยระบุว่า หากผู้กระทำความผิดมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ขณะทำผิดให้ร้องขอต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เพื่อจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำความผิด เสนอต่ออัยการ เพื่อพิจารณาใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา หรือหากคดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาล ขอให้ศาลพิจารณาใช้มาตรการสั่งยุติคดี โดยไม่ต้องมีคำพิพากษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตราที่มีการอภิปรายถกเถียงมากเป็นพิเศษคือ มาตรา 3 ที่ไม่ให้นิรโทษกรรม 3 ฐานความผิดคือ 1.คดีทุจริต 2.คดีทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บสาหัส 3.คดีมาตรา 112 กมธ.เสียงข้างน้อย และสส.พรรคประชาชนอภิปรายท้วงติงที่ไม่นิรโทษกรรม มาตรา 112  ถือว่าไม่จริงใจสร้างความปรองดองให้เกิดสังคมสันติสุขอย่างแท้จริง โดยยืนยันให้นิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 112 แบบไม่มีเงื่อนไข แก่เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ในขณะกระทำผิด ขณะที่ กมธ.เสียงข้างมากและสส.ซีกรัฐบาลเห็นคัดค้าน ระบุว่า การนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยไม่มีเงื่อนไข สุ่มเสี่ยงเกิดความขัดแย้งตามมา อาจทำให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ถูกตีตกในชั้นวุฒิสภา ทำให้กฎหมายตกทั้งฉบับ ไม่มีกลุ่มใดได้นิรโทษกรรมเลย อีกทั้ง กมธ.เสียงข้างมากเปิดช่องมาตรา 9/1 ให้เด็กกระทำผิดอายุต่ำกว่า 18 ปี ยื่นคำร้องขอต่อคณะกรรมการเสริมสร้างสังคมสันติสุข เพื่อจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำผิด เสนอต่ออัยการได้ ถือเป็นการบรรเทาโทษระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังถกเถียงกันอย่างหนัก ไม่สามารถหาข้อยุติได้ จนต้องสั่งพักการประชุม 20 นาที เพื่อให้ กมธ.ทั้งสองฝ่ายไปตกลงหาทางออกให้ได้ข้อยุติ

ทั้งนี้การประชุมสภา เปิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่พักการประชุมไปประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากมีข้อเห็นแย้งระหว่างกรรมาธิการ ในร่าง มาตรา 3 ว่าด้วยเงื่อนไขของการไม่ได้รับนิรโทษกรรมในบางคดี ทว่า กมธ.เสียงข้างน้อย ได้สงวนความเห็นให้ปรับเนื้อหาเพิ่มการนิรโทษกรรมคดี มาตรา 112 แบบมีเงื่อนไข

หลังจากการหารือแล้วเสร็จ นายณัฐวุฒิ ได้แจ้งว่า ที่ประชุมมีข้อยุติว่า ร่างมาตรา 3 นั้นจะเป็นไปตามที่ กมธ.เสียงข้างมากเสนอ แต่ในร่างมาตรา 9/1 นั้นได้ปรับแก้ไขเนื้อหา ดังนั้นเชื่อว่าสภาจะเห็นชอบ

อย่างไรก็ดี น.ส.ศศินันท์  ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน  ในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย กล่าวว่า ยืนยันการปรับแก้เนื้อหาที่เพิ่มการนิรโทษกรรมให้เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะเชื่อว่าไม่ขัดต่อหลักการ อีกทั้งการกำหนดประเด็นเยาวชนไม่จำเป็นต้องดูรายละเอียดว่าการถูกดำเนินคดีอยู่ในขั้นตอนใด จากที่กมธ.พิจารณาคดีปิดสนามบิน  คืนสิทธิล้มละลาย ระงับค่าเสียหายหรือการกระทำของผู้ใหญ่ที่หนักกว่ามาก ไม่ต้องถกเงื่อนไขต่างๆ 

“รู้สึกผิดหวังว่าต้องหาทางออกแบบอ้อมๆ เลียบๆ เคียงๆ และไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าคนที่ได้รับประโยชน์ต้องการอะไรกันแน่ แม้โหวตวันนี้จะไม่ชนะ แต่ฝากที่ประชุมว่า พ.ร.บ.นี้ สร้างเสริมสันติสุขไม่ได้ หากมองคนอีกกลุ่มเป็นคนตรงข้าม หาวิธีเลี่ยงบาลี นิรโทษกรรมกับเยาวชน” น.ส.ศศินันท์ กล่าว

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติตัดสิน โดยพบว่ามติเสียงข้างมาก 184 เสียง เห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างมาก ขณะที่ 133 เสียงเห็นด้วยกับกมธ.เสียงข้างน้อย

จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาในรายละเอียดของมาตราต่อไป.