เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ลงนามในประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 47 ภายหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ กทม. เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุม มีมติผ่อนคลายมาตรการ ดังนี้ 1. ร้านอาหารสามารถให้บริการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ถึง 23.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 64 2. สถานที่ตามประกาศก่อนหน้านี้ ยังคงปิดตามเดิม จนถึง 31 ธ.ค.64 และ 3.สำหรับกิจกรรมการเล่นหรือแข่งขันที่ได้รับการผ่อนปรนตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย สามารถผ่อนปรนได้แต่ต้องขออนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขที่จะต้องมีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชน ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จะทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้

ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ขณะนี้ กทม.ได้ประสานสถานีตำรวจ และฝ่ายความมั่นคงทั้ง กอ.รมน.และทหาร จัดกำลังพลเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมปูพรมออกตรวจร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มทั่วทั้งกรุงเทพฯ โดยจัดชุดบูรณาการร่วมตรวจกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ลงพื้นที่กวดขันและตรวจร้านอาหาร สถานบริการที่สามารถเปิดให้บริการได้ เพื่อกำกับให้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง กำชับให้ร้านค้า ไม่อนุญาตให้ลูกค้าดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กำหนด รวมถึงแนะนำให้ร้านค้าสถานประกอบการดำเนินการให้ได้ตามมาตฐาน Covid Free Setting ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัดด้วย

ส่วนผับ บาร์ คาราโอเกะ ในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ กทม.ยังไม่อนุญาตให้เปิด แต่ถ้าหากมีบางร้านต้องการปรับรูปแบบการให้บริการมาเปิดจำหน่ายหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในรูปแบบร้านอาหาร ก็สามารถปรับปรุงร้านให้ได้มาตรฐาน Covid Free Setting ของกรมอนามัยและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับร้านอาหารก่อนก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ อยากขอความร่วมมือให้ร้านจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม รวมไปถึงผับ บาร์ คาราโอเกะ ดำเนินการเตรียมความพร้อมในร้านให้ได้ตามมาตรฐานCovid Free Setting ของกรมอนามัยรอไว้ เจ้าหน้าที่ก็จะทยอยลงตรวจว่าได้มาตรฐานหรือไม่อย่างไร และมื่อผ่านตามมาตรฐานแล้ว หากหลังปีใหม่ ศบค.อนุญาตให้เปิดร้านได้ ก็จะสามารถเปิดได้ทันที ทั้งนี้ที่ผ่านมา มีรายงานว่า พบมีร้านค้าฝ่าฝืนให้นั่งดื่มเกินเวลาซึ่งได้สั่งปิดไปแล้ว อาทิ ถนนข้าวสาร 2 แห่งและที่เซ็นทรัลเวิลด์ รวมถึงทั้งประสานขอกำลังพลฝ่ายทหาร มาร่วมปฏิบัติการตรวจให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต อย่างไรก็ดีขอให้ร้านค้า สถานประกอบการต่างๆ ให้ความร่วมมือเปิดตามกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัด

สำหรับจำนวนสถานประกอบการในพื้นที่ กทม.ที่ผ่านมาตรฐาน SHA /SHA Plus + ณ วันจันทร์ที่ 29 พ.ย.64 เวลา 08.00 น. ได้แก่ SHA สถานประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ได้รับอนุญาตดำเนินกิจการตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA) มีทั้งหมด 9,051 แห่ง แบ่งเป็น ภัตตาคาร/ร้านอาหาร 6,167 แห่ง โรงแรม ที่พัก และโฮมสเตย์ 780 แห่ง นันทนาการ และสถานที่ท่องเที่ยว 64 แห่ง ยานพาหนะ 618 แห่ง บริษัทนำเที่ยว 506 แห่ง สุขภาพและความงาม 363 แห่ง ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 173 แห่ง กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 21 แห่ง การจัดกิจกรรม/จัดประชุม โรงละคร/โรงมหรสพ 123 แห่ง ร้านค้าของที่ระลึก และร้านค้าอื่นๆ 236 แห่ง

SHA Plus + สถานประกอบการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีทั้งหมด 1,605 แห่ง แบ่งเป็น ภัตตาคาร/ร้านอาหาร 560 แห่ง โรงแรม ที่พัก และโฮมสเตย์ 497 แห่ง นันทนาการ และสถานที่ท่องเที่ยว 13 แห่ง ยานพาหนะ 266 แห่ง บริษัทนำเที่ยว 101 แห่ง สุขภาพและความงาม 56 แห่ง ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 25 แห่ง กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 3 แห่ง การจัดกิจกรรม/จัดประชุม โรงละคร/โรงมหรสพ 22 แห่ง ร้านค้าของที่ระลึก และร้านค้าอื่นๆ 62 แห่ง สำหรับสถานประกอบการใดยังไม่ได้ขออนุญาตตามมาตรการ SHA/SHA สามารถดำเนินขออนุญาตให้ถูกต้อง โดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://www.tourismthailand.org/thailandsha

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า ในส่วนของการจัดกิจกรรมช่วงปีใหม่ ต้องรอการประเมินจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศบค. สาธารณสุข ว่าจะสามารถจัดกิจกรรมได้หรือไม่ แต่ทั้งนี้หากเป็นกิจกรรมตามประเพณี เช่น การตักบาตรพระสงฆ์ที่สนามหลวง หรือกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม ก็อาจจะจัดแต่ก็ต้องอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 มีการเว้นระยะห่าง และการจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม.