สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ว่าสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของเมียนมารายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่ากองทัพเรือของเมียนมายึดเรือโดยสารลำหนึ่ง ในเขตนอกชายฝั่งเมืองซิตตเว ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐยะไข่ ตรวจพบบนเรือมีผู้โดยสาร 228 คน ทั้งหมดเป็นชาวโรฮีนจา ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ พร้อมลูกเรืออีก 5 คน


ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดการสู้รบในรัฐยะไข่ของเมียนมา เมื่อกลางปี 2560 ชาวโรฮีนจามากกว่า 1 ล้านคนหลั่งไหลอพยพออกนอกพื้นที่ โดยส่วนใหญ่เลือกเดินทางข้ามพรมแดนทางบกไปยังบังกลาเทศ แต่มีบางส่วนเสี่ยงชีวิตยอมล่องเรือไปยังมาเลเซียและอินโดนีเซีย ขณะที่รัฐบาลเมียนมายืนกรานปฏิเสธ ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น “เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” และ “การกดขี่” หรือ “มีการเลือกปฏิบัติ” ต่อชาวโรฮีนจา


อย่างไรก็ตาม ทางการเมียนมาไม่เคยให้การรับรองชาวโรฮีนจา ในฐานะพลเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศ และใช้คำเรียกแทนชาวโรฮีนจาว่า “ชาวเบงกาลี” หมายถึงผู้ที่อพยพมาจากบังกลาเทศอย่างผิดกฎหมาย แม้คนกลุ่มนี้จะตั้งรกรากอาศัยอยู่ในเมียนมามาหลายชั่วอายุคนแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่เคยได้รับการยอมรับในฐานะพลเมือง.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES