เมื่อวันที่ 19 พ.ย. เวลา 13.00 น. ที่ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล  นางเอทิริสิงเห อารัจจิลาเค ศรียานี วิชยันติ เอทิริสิงเห เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย เข้าพบนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อหารือกันถึงกรณีที่รัฐบาลไทยต้องการจะนำช้างไทย 2 เชือก คือ พลายประตูผา และ พลายศรีณรงค์ ซึ่งเป็นทูตสันถวไมตรีในศรีลังกา กลับสู่ประเทศไทย

ทั้งนี้ นายสุชาติ ให้สัมภาษณ์หลังการหารือว่า เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทยให้ความร่วมมือ ขณะเดียวกัน ตนขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศ โดยรมว.การต่างประเทศและตนได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีให้พูดคุยกับฝ่ายศรีลังกาด้วยความเป็นมิตรภาพที่ดีว่าเรามีความห่วงใยในช้างพลายประตูผา และพลายศรีณรงค์ เราจึงตั้งใจที่จะเดินทางไปเยี่ยม อีกทั้ง ตนและอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจะขอเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีศรีลังกาด้วยก่อนวันที่ 8 ธ.ค.นี้ โดยไทยและศรีลังกามีความสัมพันธ์ยาวนาน ครบรอบ 70 ปี สำหรับการหารือกับเอกอัครราชทูตศรีลังกาฯ ตนได้สะท้อนความรู้สึกสิ่งที่ฝ่ายไทยได้รับทั้งหมดต่อเอกอัครราชทูตศรีลังกาฯ ให้รับทราบและนำไปสื่อสารต่อรัฐบาลศรีลังกา ขณะที่เอกอัครราชทูตศรีลังกาฯ พูดถึงกรณีที่มีการโพสต์ข้อความและภาพเกี่ยวกับเรื่องช้างไทยในเฟซบุ๊ก ซึ่งบางภาพไม่ใช่ช้าง 2 เชือกนี้ของไทย แต่เป็นช้างที่เป็นอดีตไปแล้ว แต่เวลานี้เรายังไม่ได้ระบุว่าใครถูกหรือผิด เพราะเรายังไม่ได้เดินทางไป

นายสุชาติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่เราจะไปหารือความร่วมมือกับศรีลังกาในการแก้ปัญหาโลกร้อนด้วย โดยเราจะยื่นเรื่องผ่านกระทรวงการต่างประเทศส่งถึงรัฐบาลศรีลังกา ว่า เราอาจขอนำคณะสัตวแพทย์เดินทางไปศรีลังกาด้วย เพื่อไปตรวจสุขภาพของช้างทั้ง 2 เชือก และทำให้คนไทยได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงความเป็นอยู่ทั้งหมด ส่วนการจะได้ช้างไทยกลับมาหรือไม่นั้น จะต้องไปพูดคุยกันหน้างาน  ขณะที่เอกอัครราชทูตศรีลังกาฯ ระบุว่า เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นก็นำข้อความต่าง ๆ ส่งไปทางรัฐบาลศรีลังกา จึงได้จัดทีมสัตวแพทย์อาวุโสลงไปตรวจสุขภาพช้างและดูความเป็นอยู่ของวัดทั้ง 2 แห่ง ที่มีการมอบช้างไปอยู่วัดละเชือก และมีการรายงานเป็นข้อมูลช้าง ทั้งนี้ ไปคารวะประธานาธิบดีศรีลังกา ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และนำทีมแพทย์ไปตรวจสุขภาพ

ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการเจรจาการนำช้างกลับประเทศไทย นายสุชาติ กล่าวว่า จะได้หรือไม่นั้น ต้องไปพูดคุยกันที่หน้างาน หากพูดตรงนี้จะกระทบการหารือ และจากการพูดคุยพบว่าการส่งพลายประตูผา และ พลายศรีณรงค์ ถือเป็นความร่วมมือของรัฐบาลต่อรัฐบาล ซึ่งชาวศรีลังกามีความผูกพันกับช้างสองเชือกนี้เช่นเดียวกัน เพราะเป็นช้างแห่พระเขี้ยวแก้วมายาวนาน และชาวศรีลังกาให้ความเคารพช้างทั้ง 2 เชือก ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของเขา โดยรัฐบาลได้มอบให้กับวัดละเชือก และวัดถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวศรีลังกาให้ความเคารพนับถือ ทั้งนี้เมื่อไปพบกับผู้นำรัฐบาลศรีลังกาและตรวจสุขภาพช้างแล้ว จะมาดูที่การเจรจาว่าใคร คือผู้มีกรรมสิทธิ์ตรงนี้จึงต้องรอให้เขาตอบกลับมา ส่วนเราได้ย้ำเอกอัครราชทูตไปว่าเป็นเรื่องของจิตใจที่ไทยผูกพันกับช้าง เวลา ส่วนการเจรจาทางการทูต เราต้องทะนุถนอมความสัมพันธ์ 70 ปี จะพูดด้วยความคิดตนเองทั้งหมดไม่ได้ ซึ่งต้องฟังเขาด้วย เพราะศรีลังกาผูกพันกับช้างเช่นกัน

“ยืนยันว่ารัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ แต่ต้องให้เวลาเพราะได้มารับเรื่องดังกล่าว หลังได้รับตำแหน่ง ประมาณ 30 วันและสามารถนัดเอกอัครราชทูตมาพูดคุยด้วยได้” นายสุชาติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนจะถึงวันที่ 8 ธ.ค.นี้ จะทำอะไรได้บ้าง นายสุชาติ กล่าวว่า ต้องรอให้กระทรวงการต่างประเทศ ทำหนังสือไปรัฐบาลศรีลังกาตอบรับการขอเข้าคารวะประธานาธิบดี พร้อมหารือเกี่ยวกับโลกร้อน และขอนำทีมสัตวแพทย์จากไทย มาก่อน แม้ยืนยันว่าช้างทั้ง 2 เชือก มีสุขภาพที่แข็งแรง แต่เราอยากไปดูให้ชัดเจน  เมื่อถามอีกว่าเจรจาแล้วจะสามารถนำช้าง 2 เชือก กลับไทยภายใน 4 เดือน ตามอายุรัฐบาลได้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า จะพยายาม