เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่พรรคไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเมืองในปัจจุบันที่เป็นการเมืองสามก๊ก โดยมีพรรคแดง ส้ม น้ำเงิน มองว่าพรรคใดมีความเป็นไปได้ที่จะจับมือร่วมกันมากที่สุด ว่า ปัจจุบันการเมืองสามก๊ก ก็แย่งกันไปแย่งกันมา ตนคิดว่าพรรคไทยสร้างไทยควรจะเป็นพรรคที่ชี้ว่าพรรคใดเป็นเช่นไร และในเรื่องของคำมั่นนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญ หากพรรคใดเข้ามาทำการเมืองด้วยความสุจริต เราจึงจะคิดได้ว่าคน ๆ นั้นเริ่มต้นดี เหมือนติดกระดุมเม็ดแรกได้ ซึ่งจะสามารถทำนโยบายอื่นได้สำเร็จ แต่ถ้าหากตั้งใจมาโกง นโยบายก็เป็นเพียงนโยบายเพื่อนักการเมืองเลวเท่านั้น
เมื่อถามว่ามีพรรคการเมืองใดมาทาบทามให้เข้าร่วมหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ก็มีมาคุยกัน แต่พรรคไทยสร้างไทยมีเจตจำนงและความมุ่งมั่นในการสร้างการเมืองสุจริต และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง คิดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ และประชาชนคือปราการด่านสุดท้ายของพวกนักการเมืองเลวและทุนสีดำที่ร่วมมือจะยึดและซื้อประเทศไทยผ่านการเลือกตั้ง ส่วนการซื้อเสียง เงินจะรับหรือไม่รับขึ้นอยู่กับประชาชน แต่อยากให้คิดเสมอว่าเงินที่นำมาแจกเป็นเงินที่เขาปล้นเรามา เป็นเงินที่โกงมาจากงบประมาณประเทศชาติ ได้โปรดอย่าเลือกคนเลวเหล่านี้เป็นอันขาด
เมื่อถามอีกว่าแนวทางการแก้ไขใดที่จะฝากถึงรัฐบาลในการแก้ปัญหา คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องเลิกเกรงใจคนชั่ว วันนี้สแกมเมอร์ที่ทำเรื่องเว็บพนันและคอลเซ็นเตอร์นั้น เดิมทีมาหานักการเมืองเพื่อซุกปีกและขอการคุ้มครองในการนำเงินมาฟอกในประเทศไทย แต่ปัจจุบันความสัมพันธ์พัฒนากลายเป็นหุ้นส่วนกัน ที่มีเป้าหมายจะมายึดและซื้อประเทศไทย
“โดยการฟอกเงินครั้งต่อไป จะอยู่ในช่วงการซื้อเสียงในการเลือกตั้ง ก็ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลเกรงใจอะไร เพราะจัดการโดยใช้วิธี ‘ขี่ม้าเลียบค่าย’ คือจัดการปัญหาให้เห็นบ้างบางราย แต่จำนวนเงินน้อยมาก และบุคคลที่รู้กันอยู่ว่าแกนกลางคือใคร วันนี้ก็แทบยังไม่แตะถึงตรงนั้นได้ แค่ขอบ ๆ ทำเพียงให้ประชาชนเห็นว่าทำ และอ้างว่าทำแล้ว แต่จัดการไปเพียงไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ อีก 95 เปอร์เซ็นต์ ยังใช้ชีวิตหรูหราอยู่ในประเทศไทย ยังคบหากับนักการเมืองในรัฐบาลนี้อยู่ ต้องเลิกเกรงใจคนเหล่านี้ รัฐบาลถ้ายังไม่ลงมือทำอย่างจริงจัง แสดงว่ารัฐบาลชุดนี้หรือพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลชุดนี้ อาจจะพึ่งเงินสีดำเหล่านี้ในการลงเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว



