เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่พรรคประชาชน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเดินหน้าทำนโยบายด้านความมั่นคงของพรรคประชาชน ว่า มี 2 ระยะ คือระยะเฉพาะหน้า ที่จะต้องแก้ไขปัญหาให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านความมั่นคงแห่งรัฐ ที่เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินคริปโตเคอร์เรนซีว่าเป็นของใคร ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานเห็นด้วยที่จะดำเนินการ ระยะที่ 2 คือระยะสั้น การทำลายโครงสร้างขององค์กรอาชญากรรม หลังจากที่ได้ส่งรายชื่อบุคคลและหน่วยงานที่ปรากฏในร่างกฎหมายของสภาคองเกรส ให้หน่วยงานตรวจสอบติดตามทั้ง ปปง. และคณะกรรมการที่นายกฯ ตั้งขึ้น โดยหวังว่ารายชื่อดังกล่าวจะเป็นกลุ่มคนเป้าหมายที่ต้องดำเนินการ
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า โดยในวันที่ 26 พ.ย. 2568 กมธ.ความมั่นคงฯ จะติดตามเรื่องนี้เพิ่มเติม เน้นเป้าหมายที่กลุ่มบริษัทฮุยวันกรุ๊ป ที่มีความเชื่อมโยงกับนายฮุน โต หลานชายของสมเด็จฮุน เซน ประธานองคมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ พล.อ.สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งจะเห็นได้ว่าโครงสร้างสแกมเมอร์เชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจในกัมพูชา จึงต้องเร่งรัดออกหมายจับ รวมถึงการยึดอายัดทรัพย์ และต้องรอความคืบหน้าของหน่วยงานในการดำเนินการ และต้องติดตามความคืบหน้าของบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับกระทรวงดิจิทัลและเศรษฐกิจเพื่อสังคมกับบริษัทแห่งหนึ่งที่สงสัยว่า อาจมีการนำเข้าแก๊งสแกมเมอร์ 500 คน ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนในระยะยาว จะต้องนำข้อคิดเห็นในวันนี้นำไปสู่การทำนโยบายที่พรรคประชาชนมีความพร้อมในการขับเคลื่อน ตั้งแต่ภาพใหญ่ไปจนถึงการลงรายละเอียดที่เป็นนโยบาย หากมีการเลือกตั้ง และตั้งรัฐบาลได้ ก็พร้อมแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ในทุกมิติ ทั้งมิตินานาชาติ มิติชายแดน และมิตภายในประเทศที่ต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายใน



