23 พ.ย. 68 ถือเป็น วันสำคัญทางการเมือง เพราะ 2 พรรคการเมืองใหญ่ ที่ถูกคาดหมายจะแย่งชิงกันเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ในการเลือกตั้งครั้งหน้า มีการทำกิจกรรมทางการเมืองวันเดียวกัน ซึ่งถูกจับตามองว่า จะมีการ ส่งสัญญาณครั้งสำคัญ ในช่วงอีกไม่กี่เดือน ก็จะถึงวันที่มีการเลือกตั้ง โดย พรรคภูมิใจไทย (ภท. )ในฐานะ แกนนำรัฐบาล จะมีการจัด ประชุมใหญ่วิสามัญครั้ง 1/2568  ที่ทำการพรรค ภท. เริ่มตั้งแต่ 09.00-12.00 น. จากนั้นเวลาจะมีการ ประชุมพรรคร่วมรัฐบาล เวลา 13.30 น. ก่อนหน้านั้นมีข่าว จะมีการเปิดตัวนักการเมืองกลุ่มชลบุรี นำโดย นายสนธยา คุณปลื้ม และ นักการเมืองบ้านใหญ่ จาก จ.สุพรรณบุรี และ จ.นครปฐม นำโดย “นายวราวุธ ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นำ สส. ของพรรค  เข้าสมัครเป็น สมาชิกพรรค ภท.

นายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม รองหัวหน้าพรรค ชทพ. เปิดเผยผ่านสื่อบางสำนัก ถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า มีการพูดคุยกัน มาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งการพูดคุยกันเองในพรรค ชทพ. ถึง อนาคตทางการเมืองของพรรค เพราะมองว่าการเมืองวันข้างหน้า พรรคเล็กจะอยู่ไม่ไหว พรรคเล็กจะทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้น้อยกว่าการได้รวมกันกับพรรคใหญ่ ขณะคุยกันนั้นยังไม่ได้เคาะว่าจะไปไหน กระทั่ง มาตกผลึกกัน ที่พรรค ภท. โดยเฉพาะสะสมทรัพย์ เรามองว่าพรรค ภท. เหมาะกับประชาชน จ.นครปฐม มากที่สุด จึงตัดสินใจกันว่าระหว่างสะสมทรัพย์กับศิลปอาชา เราเห็นพ้องกัน ไปไหนไปกันเลือดสุพรรณ ซึ่งขณะนั้นนายวราวุธ ก็เลือกตรงกันกับกลุ่มนครปฐม จึงมาเป็นข้อสรุปว่า รวมกันไปพรรค ภท.                       

นั่นหมายความว่า พรรคสีน้ำเงินจะมี สส. มาร่วมงานอีก 10 คน เพราะทั้งตระกูล “ศิลปอาชา” และ “สะสมทรัพย์” ยึดครองพื้นที่ จ.สุพรรรณบุรีและนครปฐม เป็นเวลานาน ดังนั้นเป้าหมายที่จะขยับจำนวน สส. หลังเลือกตั้งของ ภท. ในระดับเขต น่าจะได้ 100 ที่นั่งขึ้นไป ซึ่งจะมีลุ้นกับการได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง 

ส่วนอีกพรรคการเมืองหนึ่ง ในการเลือกตั้ง ครั้งที่ผ่านมา ได้ สส. มาเป็นอันดับหนึ่งคือ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้จัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ “รีชาร์จประชาชน” ระหว่าง วันที่ 22-23 พ.ย. ที่สำนักงานใหญ่พรรคประชาชน อาคารอนาคตใหม่ โดยมีกิจกรรมวาระประเทศไทย ที่ให้ สส.พรรค ปชน. พร้อมนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ จากหลากหลายสาขา มาร่วมเสนอแนวนโยบาย ความมั่นคงใหม่ เศรษฐกิจใหม่ บริหารประเทศแบบใหม่ “ไทย.ทัน.โลก” โดยวันที่ 23 พ.ย. มีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ เวที Orange Megaprojects การลงทุนครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับ คุณภาพชีวิตคนไทย โดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็นแขกรับเชิญ เวทีความมั่นคงใหม่ เศรษฐกิจใหม่ บริหารประเทศแบบใหม่ ไทย•ทัน•โลก เปิดชุดนโยบายแรกของพรรค โดย “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ปชน.  ที่สำคัญช่วงเวลา 16.00 น. พรรคสีส้มแจงว่า หัวหน้าพรรค ปชน. จะมีการ ประกาศเรื่องสำคัญ

โดยถูกคาดหมายว่า จะมีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ปชน. ซึ่งจะ ส่งครบทั้ง 3 คน โดยลำดับแรกจะมีชื่อนายณัฐพงษ์ ส่วนอีก 2 คน จะเป็นใคร หลัง “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ ประกาศจะยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค. หากพรรคเพื่อไทย (พท.) จะ ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

ด้าน “นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร” รองหัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดตัว แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ปชน. ในวันที่ 23 พ.ย. ว่า ขอให้รอพรุ่งนี้ เชื่อว่าขณะนี้ขั้นตอนของพรรค กระบวนการคัดสรรเรียบร้อยแล้ว ชื่อที่เปิดออกมาจะเป็นคนที่ มีความเหมาะสมทั้งสิ้น เมื่อถามว่าเป็นห่วงในเรื่องคดี 44 สส. ใน ป.ป.ช. จะกระทบกับ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า พวกเราทำโดยสุจริตในการยื่นแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 เราแจ้งกับ ป.ป.ช. ว่าเราดำเนินการโดยสุจริต ใช้นิติบัญญัติโดยชอบ จึงไม่กังวลในเรื่องนี้  เมื่อถามย้ำว่านายวิโรจน์ เป็นแกนนำพรรค แสดงว่ารู้แล้วใช่หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า “แกนนำก็ ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง จะทราบหรือไม่ทราบ แต่ผมมั่นใจในพรรคเสมอ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าจะคัดเลือกคนที่มีความเหมาะสม มีความรู้ความสามารถ มาบริหารประเทศอย่างแน่นอน ไม่ว่า จะเป็น 2 หรือ 3 ชื่อ หรือทุกๆ ชื่อ ก็มี ความเหมาะสมทั้งสิ้น ผมเชียร์ให้กำลังใจ และพร้อมจะทำงานให้ อย่างถวายหัวแน่นอน  

ขณะที่สื่อหลายสำนัก กะเก็งกันว่า แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคสีส้ม น่าจะประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แกนนำพรรค ที่มีบทบาทในเรื่องการผลักดันนโยบายต่างๆ อย่างไรก็ตามแกนนำพรรค ปชน. มีความกังวลเรื่องคดีการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งมีชื่อทั้ง นายณัฐพงษ์ และ น.ส.ศิริกัญญา ติดร่างอยู่ อาจผลักดันชื่อมาแทน น.ส.ศิริกัญญา เพื่อความปลอดภัย 

ส่วน ความเคลื่อนไหว ของพรรค พท. ยังมุ่งมั่นที่จะใช้ประเด็น การประกาศยุบสภา วันที่ 12 ธ.ค. ของนายกฯ อนุทิน หากพรรค พท. ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยชี้ว่าเป็นการหนีกระบวนการตรวจสอบ “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” สส.น่าน พรรค พท. ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) แก้ไขเพิ่มเติม กล่าวว่า การที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ออกมายอมรับว่าอาจยุบสภาในวันที่ 12 ธ.ค. 68 หากพรรค พท. ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 จริงตามที่ประกาศไว้ แม้จะขัดกับเอ็มโอเอ ระหว่างพรรค ภท. และพรรค ปชน. แต่เป็นเรื่องที่ พรรค ภท. ไม่ได้เสียอะไร มีแต่ได้กับได้ นอกจากนี้การประกาศยุบสภาชัดเจนว่า มองเป็นเรื่องอื่นไม่ได้เลย นอกจากเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น เพราะการเป็นรัฐบาลของพรรค ภท. มีแต่ได้ คือ ได้ใช้งบประมาณ ได้อำนาจบริหาร จัดทัพข้าราชการ รับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นด้วย 

สำหรับการแก้ไข รธน. หากสุดท้ายพรรค ภท. สามารถ กำหนดเกมได้ อาจจะผ่านให้ หากไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ก็สามารถคว่ำในวาระ 3 ได้ การอ้างว่า ที่ต้องยุบสภา เพราะปัจจัยทางการเมือง จึงเป็นข้ออ้างเพื่อหนีการ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ของพรรคฝ่ายค้านมากกว่า รวมทั้งหากยุบสภาตอนนี้ รัฐบาลจะได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง ทั้งอำนาจรัฐ ทั้งกระสุนดินดำ ครอบคลุมอำนาจ ทุกองคาพยพ การยุบสภาจึงเป็นกลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อยุติการแก้ไข รธน. และหนีการตรวจสอบ ตามกลไกของรัฐสภา เป็นวัตถุประสงค์หลักของพรรค ภท. มากกว่า

ในสนามเลือกตั้ง พรรค ภท. จะหาเสียงโจมตีว่าเพราะพรรค พท. ทำให้ รัฐบาลไปต่อไม่ได้ และส่งผลให้ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม หรือทำโครงการ เพื่อประชาชนได้ ทั้งๆ ที่นายอนุทิน รู้ดีว่าการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเสี่ยงมาก แต่ด้วยความอยากได้ อำนาจเพื่อประโยชน์ตนเอง ดังนั้นเมื่อฝ่ายค้านเห็นว่าประเทศเสียหายในหลายมิติ จำต้องตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร นายอนุทินก็พร้อมยุบสภาหนีการตรวจสอบจากประชาชน พร้อม โยนบาปพรรค พท. จึงเป็นทางเลือกที่พรรค ภท. ได้ใช้ประยชน์ในสถานการณ์นี้ นพ.ชลน่าน กล่าว

ด้าน “นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ” โฆษกพรรค พท. กล่าวถึงการติดตามการทำงานของรัฐบาล ในการโยกย้าย ข้าราชการระดับสูง หลังจากการเข้ามาทำงานใน 1 เดือนของรัฐบาล ว่า มีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ไปแล้ว 98 ตำแหน่ง และถึงขณะนี้ ระยะเวลา 2 เดือนเศษ มีการโยกย้ายไปแล้ว 122 ตำแหน่ง และคิดว่าสิ้นเดือน ธ.ค. น่าจะทะลุ 300 ตำแหน่ง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย มีการโยกย้ายไปแล้ว 49 ตำแหน่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 13 ตำแหน่ง สำนักนายกฯ 12 ตำแหน่ง หลายตำแหน่งเกี่ยวข้องกับคดีสำคัญ เช่น เขากระโดง อธิบดีกรมที่ดิน ที่มีการแต่งตั้งเมื่อ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้น 6 วัน มีการ โยกย้ายข้าราชการที่ดิน ใน จ.บุรีรัมย์ ทันที จึงอาจตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า มีข้อเกี่ยวข้อง กับคดีสำคัญ หรือไม่ ดังนั้น พรรค พท. จึงอยากเรียกร้องให้ประชาชน ช่วยกันจับตามอง ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายเหล่านี้ แต่งตั้งตามกฎหมายและระเบียบหรือไม่ หรือเป็นเพียง ปลายภูเขาน้ำแข็ง เพราะเป็นข้าราชการระดับสูง ที่ต้องมีการอนุมัติ จากคณะรัฐมนตรี (ครม.) และตั้งคำถามว่าข้าราชการที่ต่ำลงไปจะมี อีกจำนวนเท่าไหร่ หรือการแต่งตั้งโยกย้ายในระดับนี้ เป็นการแต่งตั้ง เพื่อหาผลประโยชน์ หรืออำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่

“ที่บอกว่าเพิ่งเข้ามาได้เดี๋ยวเดียว จะทำอะไรผิดได้ ทางพรรค พท. เราเห็นต่าง เพราะความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เป็นความเสียหายจำนวนมากด้วย ซึ่ง การตรวจสอบรัฐบาล เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน และพรรคเพื่อไทยไม่เคยเรียกร้องหรือบังคับให้ใครมาร่วมอภิปรายด้วย ทุกพรรคมีสิทธิจะโหวตอย่างไรก็ได้ ถ้านายกฯ และรัฐบาล สามารถชี้แจงได้ ท่านก็น่าจะได้รับการไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อ ท่านอย่าหนีความรับผิดชอบ” นายศึกษิษฏ์ กล่าว

เมื่อพรรค พท. รู้ว่า ภท. จะโยนบาปให้ หากร่างแก้ไข รธน. ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ต้องรอดู อดีตแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล จะกล้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือไม่ หรือจะยอมเล่นไปตามเกมพรรคสีน้ำเงิน เพราะไม่อยากให้ร่างแก้ไข รธน. ผ่านความเห็นชอบ จากรัฐสภา เพราะเกรงว่าเครดิตจะไปตกอยู่กับ พรรคสีส้ม และ พรรคสีน้ำเงิน

ทีมข่าวการเมือง