สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองฮาร์บิน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ว่า นายวิสาขะนำเสนอ “เรื่องเล่าเชียงใหม่” ที่ถ่ายทอดประสบการณ์การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาที่ยั่งยืนในกระบวนการสร้างความทันสมัยของเมือง กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์มรดกเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ ปลูกฝังความภาคภูมิใจของพลเมือง ผ่านศูนย์ศิลปวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา ใช้กฎหมายควบคุมรูปแบบการก่อสร้างในเขตเมืองเก่า บูรณาการธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมเข้าสู่หลักสูตรของโรงเรียน เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้รากเหง้าเข้าใจทิศทางอนาคต
นอกจากนั้น นายวิสาขะเดินทางเยือนถนนจงยางชื่อดังของเมืองฮาร์บิน ที่ซึ่งอนุรักษ์สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปอายุนับร้อยปีพร้อมกับสร้างความทันสมัย สะท้อนการผสมผสานอัตลักษณ์ความเป็นเมืองของจีนและตะวันตก โดยไม่ทำลายมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเก่าแก่
ขณะเดียวกัน เมืองฮาร์บินยังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ในมิติทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ “สวนสนุกโลกน้ำแข็ง-หิมะแห่งฮาร์บิน” ซึ่งแสดงให้เห็นความมหัศจรรย์ของเศรษฐกิจน้ำแข็งและหิมะสู่สายตาชาวโลก
อนึ่ง จังหวัดเชียงใหม่และเมืองฮาร์บิน สถาปนาความสัมพันธ์เป็นเมืองพี่เมืองน้องในปี 2551 และทำงานร่วมกันอย่างแข็งขันตลอด 17 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองเมืองอาศัยการเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์มา เสริมสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการพัฒนาท้องถิ่น
การที่เมืองฮาร์บินเปลี่ยนทรัพยากรความหนาวเย็นเป็นพลังทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมชี้ว่า “จุดต่างทางธรรมชาติ” อย่างน้ำแข็ง-หิมะในเมืองฮาร์บิน และแสงแดดอบอุ่นในจังหวัดเชียงใหม่ คือจุดแข็งในความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
จังหวัดเชียงใหม่และเมืองฮาร์บินยังมีศักยภาพความร่วมมือด้านการเกษตร เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการเกษตรในภาคเหนือของไทย ส่วนเมืองฮาร์บินเป็นแหล่งผลิตธัญพืชแห่งสำคัญของจีน จึงคาดหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะมีโอกาสร่วมมือกันในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีการเกษตร พร้อมเสริมว่า แม้เมืองทั้งสองแห่งจะมีสภาพอากาศแตกต่างกันอย่างมาก แต่ทั้งสองเมืองเดินอยู่บนเส้นทางแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน และการอนุรักษ์อัตลักษณ์ของเมืองเหมือนกัน.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA



