เมื่อวันที่ 11 ม.ค. สมาชิกเพจ “ผู้บริโภค” รายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพไข่ต้ม โดยระบุว่า

“สวัสดีค่ะพี่ ๆ วันนี้ต้มไข่แล้วเจอ ไข่แดงเป็นสีชมพู แบบนี้ ไม่ทราบสาเหตุเลยค่ะ

มีใครเคยเจอแบบนี้บ้างคะ? แชร์ประสบการณ์หรือวิธีแก้ไขหน่อยค่า”

ภาพดังกล่าวเผยให้เห็นไข่ต้มที่เนื้อไข่แดงมีสีชมพูผิดปกติ หลังโพสต์เผยแพร่ออกไป มีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เป็นจำนวนมาก

ขณะที่มีลูกเพจรายหนึ่งได้เข้ามาให้ข้อมูลว่า ลักษณะสีชมพูนี้ไม่ใช่จุดเลือดในไข่ แต่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Pseudomonas (ซูโดโมนาส)

แบคทีเรียชนิดนี้สามารถสร้างเม็ดสีทำให้ไข่ขาวหรือไข่แดงมีสีเขียว แดง หรือสีแปลก ๆ ได้

การตรวจสอบเบื้องต้นสามารถทำได้โดยส่องด้วยแสงยูวีหรือไฟฉายตรวจธนบัตร หากไข่มีการเรืองแสง แสดงว่าไข่ติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้แน่นอน

แม้เชื้อนี้มักพบในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำหรือจากอุปกรณ์การแพทย์ที่ไม่สะอาด แต่ผู้ที่มีร่างกายปกติอาจติดเชื้อจากสิ่งของ แหล่งน้ำ หรือสารคัดหลั่งที่ปนเปื้อนเชื้อได้เช่นกัน อาการติดเชื้อจากแบคทีเรียชนิดนี้อาจพบได้หลายรูปแบบ เช่น

การติดเชื้อในกระแสเลือด – มีไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน

ภาวะปอดติดเชื้อ – ไข้ หนาวสั่น หายใจลำบาก ไอ มีเสมหะสีเหลืองหรือเขียว

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ – ปัสสาวะบ่อย มีกลิ่นหรือสีผิดปกติ แสบขัด

การติดเชื้อที่แผล – แผลอักเสบ มีเลือดซึม

การติดเชื้อที่หู – ปวดหู การได้ยินลดลง มึนศีรษะ

ดังนั้น หากพบไข่ที่มีสีผิดปกติแบบนี้ ควรรีบทิ้งทันที และหากสัมผัสไข่ดิบ ควรล้างมือด้วยสบู่หรือโฟมล้างมือให้สะอาด

สำหรับกรณีไข่ต้มแล้วพบสีชมพู การปอกเปลือกดูและทิ้งไข่ทันทีถือว่าปลอดภัยต่อสุขภาพ แต่ไม่ควรรับประทานหรือใช้ปรุงอาหารต่อ

ขอบคุณเพจผู้บริโภค