น.ส.ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ผลกระทบโควิดโอไมครอนยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้ต้องรอข้อมูลอื่นๆประกอบเช่น ความรุนแรงของเชื้อ และประสิทธิผลของวัคซีนว่าจะต้านโอไมครอนได้แค่ไหน ซึ่งผลกระทบเศรษฐกิจในปี 64 จะไม่ได้มีผลมาก แต่ถ้าจะมีผลกระทบจะเป็นในปี 65 โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทย หรือจีดีพีขยายตัว 3.7% แต่ถ้าโอไมครอนระบาดรุนแรงจะต้องล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ ทำให้กระทบเศรษฐกิจให้เหลือ 2.8% คาดการระบาดโควิดจะสิ้นสุดในไตรมาสแรกปี 65

ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล

นอกจากนี้ถ้าโควิดโอไมครอนมีความรุนแรงเทียบเท่าเดลต้า และวัคซีนประสิทธิผลลดลง อาจมีมาตรการตอบสนองของภาครัฐ โดยเชื่อว่าเงินกู้ที่เหลือ 2.6 แสนล้านบาท จากพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ยังคงใช้ได้อย่างเพียงพอ และมองว่าไม่ต้องกู้เงินก้อนใหม่เพิ่มเพื่อมาดูแลเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะที่เศรษฐกิจไทยในปี 65 ที่น่ากังวล คือ เรื่องเงินเฟ้อที่เจอกันทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะเศรษฐกิจไทย จากราคาน้ำมันสูง ถ้าโอไมครอนไม่ได้รุนแรงมาก และเศรษฐกิจโลกขยายตัว เฉลี่ยราคาน้ำมันทั้งปี 65 อยู่ที่ 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถ้าโอไมครอนรุนแรง ราคาน้ำมันอาจย่อตัวเหลือ 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่กรณีถ้าโอไมครอนรุนแรง และราคาน้ำมันแพงด้วย จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและจะเป็นความเสี่ยงของการฟื้นตัวในปี 65

ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล

น.ส.ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า นักลงทุนกำลังติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ในวันที่ 14-15 ธ.ค.นี้ หากปรับลดคิวอีเร็วกว่าคาด จะทำให้ดอกเบี้ยขึ้นเร็วขึ้นคาดเฟดปรับดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 65 จะทำให้เงินทุนไหลออกจากไทย ส่งผลเงินบาทอ่อนค่าลง คาดครึ่งปีแรกของปี 65 เงินบาทอ่อนค่า 33.25-34.25 บาทต่อดอลลาร์ และถ้าผลกระทบโอไมครอนจำกัด อาจทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 65

ส่วนกรณีแย่จนเงินทุนไหลออกมาก จนทำให้เงินบาทอ่อนค่าหลุดกรอบ 34.25 บาทต่อดออลลาร์ คาด ธปท.จะคงดอกเบี้ยต่อไป เพื่อดูแลเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ ซึ่งหากภาคธุรกิจขาดสภาพคล่อง ธปท.อาจโยกเงินมาตรการพักทรัพย์พักหนี้มาใช้เติมสภาพคล่องสินเชื่อฟื้นฟูได้ โดยภาคธุรกิจต้องเตรียมตัวรองรับไว้ เพราะต้นทุนทางการเงินมีโอกาสขยับขึ้นได้