สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ว่าจากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศขึ้นภาษี 10% กับเดนมาร์ก, นอร์เวย์, สวีเดน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. และจะเพิ่มอัตราเป็น 25% ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. นี้ เนื่องจากทั้ง 8 ประเทศ “ขัดขวาง” ความพยายามของสหรัฐในการครอบครองกรีนแลนด์


นายแบร์นด์ ลางเงอ ประธานคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศของสภายุโรป กล่าวว่า ทรัมป์ “ข้ามเส้น” ไปแล้ว พร้อมเรียกร้องให้มีการระงับการดำเนินงานเกี่ยวกับข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรป (อียู) กับสหรัฐ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน เมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้วเอาไว้ก่อน “จนกว่าสหรัฐจะยุติพฤติกรรมข่มขู่เช่นนี้”


ด้านนายมันเฟรด เวเบอร์ หัวหน้าพรรคประชาชนยุโรป (อีพีพี) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ที่สุดในสภายุโรป กล่าวว่า แม้พรรคอีพีพีสนับสนุนข้อตกลงการค้าระหว่างอียูกับสหรัฐ แต่การให้สัตยาบันในตอนนี้ “เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง” เมื่อพิจารณาจากคำขู่ของผู้นำสหรัฐเรื่องกรีนแลนด์


ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงในอียูเปิดเผยว่า อียูเตรียมประชุมฉุกเฉินในวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค. นี้ ที่กรุงบรัสเซลส์ เกี่ยวกับคำขู่ของทรัมป์เรื่องกรีนแลนด์ และการที่ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีกับ 7 ประเทศสมาชิกอียู และสหราชอาณาจักร.

เครดิตภาพ : AFP