สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงกัมปาลา ประเทศยูกันดา เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งของยูกันดา ระบุว่า มูเซเวนี วัย 81 ปี ชนะการเลือกตั้งในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียง 71.65% ท่ามกลางรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ราย รวมถึงการข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามและภาคประชาสังคม
มูเซเวนีเอาชนะ “โบบี ไวน์” วัย 43 ปี อดีตนักร้องที่เรียกตัวเองว่า “ประธานาธิบดีสลัม” ซึ่งเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก รวมถึงการจับกุมหลายครั้งก่อนการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดียูกันดาครั้งแรก เมื่อปี 2564
ไวน์ ซึ่งมีชื่อจริงว่า นายโรเบิร์ต คยากูลานยี ได้รับคะแนนเสียง 24.72% แต่เขาปฏิเสธ “ผลการเลือกตั้งปลอม” โดยสิ้นเชิง และกำลังหลบซ่อนตัว หลังกองกำลังความมั่นคงยูกันดาบุกค้นบ้านของเขา
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยูกันดาปฏิเสธว่าไม่มีการบุกค้นใด ๆ และไวน์ยังคงอยู่ที่บ้าน แม้พวกเขากล่าวว่ามีการวางกำลังรอบบ้านพักของไวน์ โดยให้เหตุผลว่า บ้านพักของเขาอาจเป็นสถานที่ชุมนุมและปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงได้
อนึ่ง ชาวยูกันดาจำนวนมากยังคงยกย่องมูเซเวนี ในฐานะผู้ยุติความวุ่นวายหลังการประกาศเอกราชของประเทศ และทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้ยูกันดาเกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตครั้งใหญ่อย่างต่อเนื่องก็ตาม
แม้บรรดาผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งในแอฟริกา กล่าวว่า พวกเขาไม่พบหลักฐานการโกงการเลือกตั้ง ตามที่พรรคของไวน์กล่าวอ้าง แต่ประณามรายงานเกี่ยวกับการข่มขู่ การจับกุม และการลักพาตัว ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และภาคประชาสังคม.
เครดิตภาพ : REUTERS



