เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ม.ค. 69 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ นำทีมพรรครักชาติ (เบอร์ 35) เยือน จ.สิงห์บุรี โดยเริ่มต้นด้วยการเข้ากราบสักการะศาลหลักเมือง และร่วมหาบน้ำเติมสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดโพธิ์เก้าต้น ตามความเชื่อโบราณ เพื่อให้กิจกรรมหรือสิ่งที่ดำเนินการอยู่ประสบความสำเร็จ



จากนั้นหัวหน้าพรรครักชาติ ได้นำทีมไปเดินตลาดเมืองสิงห์ ทักทายพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หลายคนเข้ามาขอถ่ายรูปและร่วมพูดคุยทักทายอย่างเป็นกันเอง โดย นายชัยวุฒิ ได้ขอเสียงประชาชน เลือกพรรครักชาติ เบอร์ 35 การักชาติ รักษาชาติ


ขณะที่ นายเจษฎ์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคประชาชนและกลุ่มการเมืองฝ่ายค้านเดิม โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และ หมวด 2 ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายร้ายแรง ที่ต้องพูดคุยกันอย่างจริงจัง ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายปดิพัทธ์ สันติภาดา จากพฤติการณ์และคำพูดของบุคคลทั้ง 2 คน แสดงให้เห็นเจตนาที่ชัดเจนและไม่เคยเปลี่ยนแปลงในการมุ่งเป้าแก้ไข หมวด 1 และ หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2560

นายเจษฎ์ กล่าวว่า โดยนายณัฐพงษ์ ได้แสดงจุดยืนบนเวทีดีเบตเมื่อวันที่ 17 ม.ค.69 ที่ผ่านมา โดยเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ยกมือคัดค้านการแก้ไข หมวด 1 หมวด 2 พร้อมให้เหตุผลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้อยู่แล้วตาม มาตรา 255 ตรงนี้เป็นการหลอกลวงประชาชน เพราะแม้มาตรา 255 จะห้ามเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่หากมีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งฉบับ ย่อมเปิดช่องให้สามารถเข้าไปแตะต้องและแก้ไขหมวดดังกล่าวได้ ตรงนี้คือเจตนาหลักของกลุ่มการเมืองสีส้ม ทั้งนี้ มาตรา 255 ล็อกเฉพาะ ห้ามเปลี่ยนแปลงการปกครองและรูปแบบของรัฐ เรื่องอื่นที่เกี่ยวกับสถาบันฯ ที่ไม่เกี่ยวกับการปกครอง คนที่อยากแก้ยังแก้ได้ เช่น จำนวน หรือ อำนาจองคมนตรี ในหมวด 2


ส่วนกรณีที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า “ตอน คสช. ก่อกบฏ ฉีกรัฐธรรมนูญ มันฉีก หมวด 1 หมวด 2 และร่างใหม่เองด้วยนะครับ เผื่อไม่รู้กัน” นั้น นายเจษฎ์ กล่าวยอมรับว่า ในสมัย คสช. มีการแก้ไขหมวด 1 และ 2 จริง แต่เป็นการแก้ไขเพื่อให้ดีขึ้น เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีความมั่นคง และเป็นไปโดยพระราชประสงค์เพื่อให้เกิดความระเบียบเรียบร้อย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามพยายามจะทำ เพราะกลุ่มดังกล่าวถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่ามีพฤติการณ์ “เซาะกร่อนบ่อนทำลาย” และพยายามด้อยค่าสถาบันฯ มาโดยตลอด




“การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของกลุ่มพรรคประชาชนและคณะก้าวหน้า มีเจตนาหลักเพียงอย่างเดียวคือการแก้ไขหมวด 1 และ หมวด 2 เพื่อทำลายสถาบันหลักของชาติ โดยระบุว่า ถ้าไม่ใช่ คุณตอบมา… ไม่อย่างนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปเพื่อเจตนานั้นเท่านั้น ดังนั้นเพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของบ้านเมืองและสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พี่น้องประชาชนต้องไม่เห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” นายเจษฎ์ กล่าว.



