สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ว่า นายโฟลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (โอเอชซีเอชอาร์) กล่าวในแถลงการณ์ว่า อิหร่านประหารชีวิตผู้คน 1,500 รายเมื่อปีที่แล้ว และเตือนว่า ระดับและอัตราการประหารชีวิตบ่งชี้ถึงการใช้โทษประหารชีวิตอย่างเป็นระบบ ในฐานะเครื่องมือการข่มขู่ของรัฐ โดยส่งกระทบต่อกลุ่มชาติพันธุ์และผู้อพยพอย่างมาก
“การประหารชีวิตที่เพิ่มขึ้นในอิหร่าน ซึ่งรายงานกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่าอยู่ในอันดับสองของโลก รองจากจีน ส่งผลให้การใช้โทษประหารชีวิตทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจในปีที่แล้ว” เติร์ก กล่าวเพิ่มเติม
The UN says Iran is using executions as state intimidation after reportedly killing 1,500 people, driving a global rise in capital punishmenthttps://t.co/l3vlDdio5f
— The New Arab (@The_NewArab) January 19, 2026
แม้แนวโน้มระดับโลกในภาพรวม ดำเนินไปในทิศทางของ “การยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยสิ้นเชิง” แต่อิหร่าน และประเทศอื่น ๆ ไม่กี่ประเทศ เช่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐ กลับมีการประหารชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ทั้งนี้ เติร์กชี้ให้เห็นว่า การประหารชีวิตส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่ไม่เข้าเกณฑ์ “อาชญากรรมร้ายแรงที่สุด” ตามที่กำหนดภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์การประหารชีวิตผู้ต้องหาที่เป็นเด็ก และการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการประหารชีวิตอย่างต่อเนื่อง
“โทษประหารชีวิตไม่ใช่เครื่องมือควบคุมอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพ และมันอาจนำไปสู่การประหารชีวิตผู้บริสุทธิ์” เติร์ก กล่าวทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : AFP



