สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า ยูเอ็น ทัวริซึม ระบุในแถลงการณ์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางระหว่างประเทศทั่วโลก แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,520 ล้านคน ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังอเมริกาเหนือ กลับลดลง 1.4% เหลือ 135.4 ล้านคนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งยูเอ็น ทัวริซึม ระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ “ผลงานที่อ่อนแอ” ในสหรัฐ ทว่าหน่วยงานไม่ได้เปิดเผยตัวเลข หรืออธิบายถึงผลงานของสหรัฐในรายงานแต่อย่างใด

สำหรับยุโรป ซึ่งเป็นภูมิภาคจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก บันทึกจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 793 ล้านคน ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า และ 6% มากกว่าปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การเดินทางชะงักงัน

ขณะที่แอฟริกามีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 8% ในปี 2568 เป็น 81 ล้านคน ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพิ่มขึ้น 6% ในปีเดียวกัน เป็น 331 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นประมาณ 91% ของระดับก่อนการระบาดใหญ่

ทั้งนี้ ยูเอ็น ทัวริซึม ระบุว่า การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่อิตาลี และการแข่งขันฟุตบอลโลกที่สหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วมกัน จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่างประเทศในปี 2569 แต่หน่วยงานก็เตือนว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ ยังคงเป็นความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อการท่องเที่ยวในปีนี้.

เครดิตภาพ : REUTERS