วันที่ 22 ม.ค. นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าจะยังเติบโตต่ำ แต่ยังเป็นบวกได้ เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส โดยแรงส่งจริงจะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเป็นไปตามการจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะการอนุมัติงบประมาณ การเร่งเบิกจ่าย เร่งลงทุน พร้อมยังประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ไว้ที่ 1.7%

ขณะที่นโยบายการเงิน เชื่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1.25% ไว้ตลอดทั้งปีนี้ ไม่มีการปรับลด เนื่องจากผลของการปรับดอกเบี้ยต้องใช้เวลา 6-12 เดือน ซึ่งถ้าหากลดดอกเบี้ยในเดือน ก.พ.นี้ กว่าจะมีผลช่วยเศรษฐกิจเป็นช่วงปลายปี จึงมองว่าไม่จำเป็นขนาดนั้นแล้ว

ขณะที่ในเรื่องของการท่องเที่ยว คาดว่าจะเป็นแรงส่งอีกเรื่องหนึ่งให้เศรษฐกิจไทย คาดในปีนี้จะมีต่างชาติเที่ยวไทย 34 ล้านคน จากปีก่อน 33 ล้านคน และต้องติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาท เชื่อว่าจะยังอ่อนค่าลงได้ จากมาตรการดูแลทองคำ ค่าเงินบาท ของธปท. และการเลือกตั้งของไทย โดยมีแนวโน้มค่าเงินบาทอยู่ระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าต่ำกว่า 31 บาทต่อดอลลาร์ มองเป็นการเก็งกำไร หรือแค่ชั่วคราว จากปัจจัยของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ มีผลทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า

นอกจากนี้มีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะปัจจัยต่างประเทศ หนี้ไม่พ้นกรณีทรัมป์ เวเนซุเอลา อิหร่าน จนมาถึงกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทางได้ แต่มองว่าทรัมป์จะไม่มีการสู้รบทางทหาร คาดว่าจะไม่เกิดสงครามทางทหาร แต่จะเป็นสงครามด้านอื่นๆ เช่น สงครามการค้าสหรัฐกับจีน ทำให้การค้าโลกมีความเสี่ยงชะลอ สุดท้ายมีการย้ายฐานผลิตจากจีน พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์สงครามค่าเงิน จะกระทบกับไทยอย่างไรโดยเฉพาะภาคธุรกิจ และเกิดสงครามจิตวิทยา

นายอมรเทพ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้เผชิญภาวะถดถอยเชิงเทคนิคครึ่งปีแรก เพราะกำลังซื้อ การบริโภค การลงทุนยังไม่เร่งแรง การส่งออกครึ่งแรกยังไม่ดูค่อยดี ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่ากระทบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวคึกคักแค่ช่วงปีใหม่ พอหมดไฮซีซั่นจะกลับมาซบเซาอีกครั้ง

“เศรษฐกิจไทยเผชิญมรสุมแค่ครึ่งแรกของปีเท่านั้น เพราะเชื่อมั่นว่าครึ่งหลังของปีจะมีแสงสว่างและเริ่มเห็นสายรุ้งอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้ คาดหวังให้มีการฟอร์มรัฐบาลใหม่แบบไร้อุปสรรค เร่งจัดทำงบประมาณเพื่ออัดฉีดมาตรการการคลังเข้าสู่ระบบ เรียกความเชื่อมั่น กระตุ้นการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน กระตุ้นกำลังใช้จ่ายภาคประชาชนโดยเร็วที่สุด ส่วนครึ่งปีหลังคาดว่าเงินลงทุนจะไหลกลับเข้ามา ด้านค่าเงินบาทอยากให้กลับมาอ่อนค่าเพื่อเพิ่มการแข่งขันของภาคส่งออก”