สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ว่า นางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เสนอการปฏิรูปกฎหมายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และร่างกฎหมายผ่านการพิจารณาในวาระแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า การปฏิรูปข้างต้น ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติในสัปดาห์หน้า ถูกร่างขึ้นภายใต้แรงกดดันจากรัฐบาลวอชิงตัน หลังกองทัพสหรัฐโค่นล้มประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา เมื่อช่วงต้นเดือนนี้
ด้านนายเฮกเตอร์ โอเบรกอน ประธานบริษัท พีดีวีเอสเอ กล่าวว่า เวเนซุเอลามีกฎหมายที่ไม่ทันสมัยกับสิ่งที่บริษัทต้องการในฐานะอุตสาหกรรม ซึ่งการปฏิรูปกฎหมายไฮโดรคาร์บอนจะปรับปรุงกรอบกฎหมายในอุตสาหกรรมน้ำมัน เพื่อทำให้แน่ใจว่านักลงทุนภาคเอกชนจะมีหลักประกันทางกฎหมาย
Venezuela eyes 2026 oil boost, interim leader calls for opposition talkshttps://t.co/jpAYHfzN3w#ARYNews #Vemezuela #Oil
— ARY NEWS (@ARYNEWSOFFICIAL) January 25, 2026
ทั้งนี้ เวเนซุเอลาผลิตน้ำมันประมาณ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีปริมาณสำรองน้ำมันประมาณ 20% ของโลก อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการที่ผิดพลาดและการทุจริตที่เกิดขึ้นมานานหลายปี ส่งผลให้การผลิตน้ำมันลดลงจากระดับสูงสุดที่มากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 350,000 บาร์เรลต่อวัน ในปี 2563
ขณะที่โรดริเกซ ประกาศเมื่อไม่นานมานี้ว่า เวเนซุเอลาได้รับเงินเบื้องต้น 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,366 ล้านบาท) จากการขายน้ำมันดิบให้กับรัฐบาลวอชิงตัน และกล่าวถึงการเริ่มต้นการเจรจากับพรรคฝ่ายค้านในประเทศ เพื่อบรรลุ “ผลประโยชน์ร่วมกัน”
“หากเป็นเรื่องของสันติภาพในเวเนซุเอลา มันจะต้องไม่มีความแตกต่างทางการเมืองหรือความเป็นพรรคพวก ซึ่งแม้พวกเราจะมีความคิดเห็นแตกต่างกัน เราต้องพูดคุยกันด้วยความเคารพ ร่วมมือกัน และบรรลุข้อตกลง” โรดริเกซ กล่าวทิ้งท้าย.
เครดิตภาพ : REUTERS



