กลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจที่ทำเอาแฟนคลับยิ้มตามกันทั้งประเทศ เมื่ออดีตนางเอกเบอร์หนึ่งเจ้าของฉายาหน้าเด็กตลอดกาล “จอยศิริลักษณ์ ผ่องโชค” ได้ควงคู่สามีหนุ่มนักดนตรี “บีกฤษณะพงศ์” มาเปิดเผยเส้นทางความรักผ่านรายการ คุยแซ่บshow เป็นครั้งแรก หลังจากที่ทั้งคู่ตัดสินใจซุ่มวิวาห์เงียบท่ามกลางความยินดีของครอบครัว โดยเผยว่านี่คือความรักที่รอกันมานานเกือบ 3 ทศวรรษ

จอย เผยว่า “ล่าสุดก่อนที่เขาเข้ามาคอมเมนต์เรา จังหวะตอนนั้น จอยเพิ่งไปร้องเพลงกับยุ้ย ปัทมวรรณช่วยเรื่องน้ำท่วม ช่วยเรื่องชายแดน มีฟีดแบ็กอยากเห็นกลับมาร้องเพลง ก็คุยกับยุ้ยว่าหรือเราจะร้องเพลงคู่กันน่าจะดี ไปเป็นเพื่อนกันก็สนุก อยากทำ ถ้าอย่างนั้นเราต้องมีแบ๊กอัปนะ ในใจก็นึกถึงเขาคนแรกอยู่แล้ว เราก็คิดว่าเดี๋ยวต้องหาคอนแทคก่อนนะ ไม่รู้พี่บีใช้เบอร์เดิมหรือไงยังไง แค่คิดยังไม่หา คืนนี้จะกลับไปหาคอนแทค ก็เห็นเขามาเมนต์พอดี

หลังจากเมนต์นี้ ก็โทรฯ เลย พอเขาตอบปุ๊บก็ดีเอ็มไปเลยว่าขอเบอร์หน่อยจะคุยเรื่องงานด้วย เขาก็โทรฯ คุยเลยตอนนั้น เขาไปคอนเสิร์ตต่างจังหวัด เราก็บรีฟสั้นๆ เดี๋ยวค่อยคุยกัน เพราะเขากำลังเดินทางอยู่ ก็บอกว่าจอยกับยุ้ยอย่างนี้ๆ ก็เล่าให้เขาฟัง เขาเดินทางขึ้นเขาไม่มีสัญญาณ แต่พอลงมาเขาก็โทรฯ กลับมา ก็คุยกัน พอกลับกรุงเทพฯ แล้วถึงได้คุยงานเป็นเรื่องเป็นราว คุยงานล้วนๆ นัดถึงจุดที่ว่าไปซ้อมเพลง แกะเพลง ให้วงแกะเพลงก่อนแล้วนัดซ้อมกัน ก็มีการซ้อมเพลงครั้งที่หนึ่ง กับวงพี่บี และยุ้ย ปัทมวรรณ คือไม่เจอกัน 28 ปี แล้วไปเจอกันในห้องซ้อม (บี : ต่างคนต่างมีในใจว่าคิดถึงมากๆ)

คิดถึงมาก ถ้าเจอแล้วจะต้องยังไงดี จะทำยังไงดี อยากกอดเนอะ แต่เอ๊ะ มันจะดีมั้ยน้า อะไรแบบนี้ ที่มาคุยกันทีหลังว่าต่างคนต่างคิด (บี : แต่ไม่ได้ทำ) พอถึงหน้างานไม่ได้ทำ เพราะด้วยบรรยากาศเราคิดว่าไม่เหมาะมั้ง ดูทรงเขาด้วยว่ายังไง กลัวเราเป็นผู้หญิงเราเข้าไปแล้วไม่สุภาพ เขาก็บอกว่าเขากลัวจอยจะอะไร ก็เลยกลายเป็นมองกันแล้วไปทำงานเถอะ (หัวเราะ) อารมณ์นั้นค่ะ แล้วเราทำงานอย่างเดียวเลย เขาก็รู้ด้วยว่าเราเก็บทรงเหมือนกัน เพราะเราเรียกเขาว่าพี่บี ปกติเราเรียกเขาบีบี เหมือนข้อความก็งงตัวเองจะเรียกว่าอะไร (หัวเราะ)

ซีรีส์นี้ยาวนิดนึง (หัวเราะ) มันถึงบ้านแล้ว ต้องลงจากรถ คนเรามันรู้กันว่าเราไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอยู่กันสองคนอีกเมื่อไหร่ ครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ เพราะปกติเราก็มีผู้ติดตาม เขาก็โอเค เขาจับมือเรา เราก็ให้เขาจับมือ พอจอดรถ เขาก็หันมาสบตาเรา เราก็มองอะไร (หัวเราะเขิน) เราเขิน ไม่รู้จะไปทางไหนดี เราก็เลยซุกไปในเสื้อเขา (หัวเราะเขิน) มันไม่มีที่หลบ อาจเป็นเพราะเมื่อก่อนเราเคยคบกันไง มันไม่ใช่ว่าคนอื่นเพิ่งมาจีบ อยู่ดีๆ ไปซบอก แต่เราไม่รู้ว่าเราจะไปไหนแล้ว นี่คือที่ปลอดภัยของเรา มันก็ไปเองอัตโนมัติ แต่จอยก็ถอนตัวออกมา (หัวเราะ) เก็บทรงได้แล้ว เราก็ผลักออกมา ทีนี้เขาก็ทวงสัญญา (บี : ก็ถามเขาว่าขอกอดได้มั้ย ขอตรงๆ นี่แหละครับ จอยก็พยักหน้า เราก็เลยกอดกันในรถครับ)

ส่วนตอนที่เขาขอเป็นแฟน แหม สุภาพสตรีอย่างเรา (หัวเราะ) ที่อยากอยู่คนเดียว เราก็ตอบว่าได้ (หัวเราะ) เพราะเห็นว่าเขาตลกผลึกแล้ว เขาตั้งใจมา เขาทำจริงจัง เขาโฟกัส เขาคุยว่าขอเป็นแฟนนะ เป็นแฟนบีนะ เรารับรู้ได้ว่ามันผ่านการตกตะกอนมาแล้ว เขาชัดเจน เราก็เลยโอเค ก็เลยตกลงเป็นแฟนกัน แล้วเดิมทีจะผูกข้อไม้ข้อมือคือจบ แต่สาเหตุที่มีการเพิ่มพิธี จริงๆ เขามีซีนขอแต่งงานด้วยนะ เราก็เห็นความตั้งใจของเขา เราเห็นตั้งแต่เขาขอเป็นแฟนแล้วแหละ เพราะมันแตกต่างจากตอนนั้น พอขอแต่งงานเราก็ตกลง น้ำตาไหลกัน เราดีใจ พี่บีก็บอกว่าเราอยากทำให้ถูกต้องนะ เราอยากผูกข้อไม้ข้อมือ ในเมื่อเขาจริงใจแบบนี้ เราก็ขอบคุณเขา ที่เขาให้เกียรติเรา ให้เกียรติครอบครัว ให้เกียรติคุณแม่

ทีนี้ถ้าจะผูกข้อไม้ข้อมือ จอยรู้สึกว่าถ้าเราจะเริ่มต้นชีวิตคู่กันก็เป็นเรื่องที่ดี เป็นมงคล น่าจะนิมนต์พระมาสวดมนต์หรือทำอะไรที่เป็นสิริมงคลกับเราดีมั้ย พี่บีบอกว่าดี แล้วเราจะทำที่ไหนดี เราบอกว่าเราทำง่ายๆ เงียบๆ เฉพาะในครอบครัว ก็ทำที่บ้านนั่นแหละ เราจะนิมนต์พระมาให้นั่งตรงนี้นะ มุมสวนเล็กๆ ข้างบ้าน ผูกข้อไม้ข้อมือ แล้วก็นั่งคุยกันไปมา ถ้าเราไหว้ผู้ใหญ่แล้วเราต้องสวมแหวนกันด้วยใช่มั้ยตรงนั้น อะ งั้นก็มีพิธีสวมแหวน (หัวเราะ) ผู้ใหญ่รดน้ำสังข์ให้พร ก็ทำที่บ้านได้ ก็เลยจบตรงนั้น ว่าเป็นพิธีแบบ 3 ขั้นตอน กลายเป็นว่าเอาการ์ดด้วยดีกว่า แล้วส่งการ์ดปุ๊บ มะรืนแต่งแล้ว และเหตุผลที่ทำไมเลือกวันที่ 8 ม.ค. คือฤกษ์งามยามดีของปีใหม่เป็นวันนั้นด้วยค่ะ เราก็คิดตรงกัน

ก็ขออนุญาตกราบขอโทษผู้ใหญ่ฝั่งบีและฝั่งจอย ที่ไม่ได้เชิญล่วงหน้าหรือทั่วถึง เพราะความตั้งใจคือจัดเล็กๆ เท่านั้นจริงๆ ถ้าเราแพลนเป็นการแต่งงาน เราคงได้เชิญด้วยตัวเองด้วย ขอบคุณแฟนคลับ ขอบคุณชาวเน็ตจริงๆ เพราะข้อความอวยพรเราเยอะมาก เราได้อ่านและหลายๆ ข้อความอวยพรเราจริงจัง ส่งพลังดีๆ ถึงเรา อันนี้เราขอบคุณมากจริงๆ เราไม่ได้คิดเลยว่าทุกคนจะอวยพรอะไรให้เรามากขนาดนั้น เรานั่งอ่านแล้วก็ร้องไห้กันสองคน ทำไมเขาอวยพรเราดีจังเลย ที่ตั้งใจมารายการคืออยากได้โอกาสขอโทษผู้ใหญ่และขอบคุณแฟนๆ ทุกคน คนดูที่อวยพรให้กับเราค่ะ

สำหรับเรื่องลูก ตอนนี้จอย 48 เต็ม เข้า 49 ที่ไปปรึกษาคุณหมอ เราอยากรู้ว่าถ้าเราปรึกษาคุณหมอ แล้วคุณหมอบอกว่าเราไม่ควรตั้งครรภ์ เราจะได้รู้ว่ามีชีวิตคู่แบบไหน แต่ทีนี้คุณหมอบอกว่าร่างกายเราพร้อมที่จะตั้งครรภ์ได้ ถ้าเราจะไปวิธีทางธรรมชาติ ถ้าสมมุติว่ามี ถ้าน้องมาจริงๆ เราอาจต้องดูแลใกล้ชิด สมัยนี้การแพทย์ก้าวหน้าค่ะ เราจะได้ดูว่าเขาพัฒนาการดีมั้ย เจริญเติบโตดีมั้ย ถามว่าวันนี้จอยอยากบอกอะไรคุณสามี ยากจัง ขอโทษนะเวลาสำคัญมันจะพูดไม่ได้จริงๆ ก็รักค่ะ เขาเป็นรักแรกรักเดียวของจอย ขอบคุณจริงๆ (บี : (จุ๊บแก้ม))”

บี เผยต่อว่า “จุดเริ่มต้นที่เจอกันเมื่อ 28 ปีที่แล้ว เริ่มจากบีเป็นนักดนตรี บีก็ไปอัดเสียงที่ห้องอัดหนึ่ง แล้วคิวบีอัดเสร็จแล้ว เราอยู่ในห้องอัดอยู่เป็นเดือน รู้จักพี่ๆ ในห้องอัด โปรดิวเซอร์ของจอยคือพี่อ๋อ อินคา ก็แนะนำให้บีรู้จักกับจอย บีได้ถามพี่อ๋อ ว่าน้องมีวงแบ๊กอัปหรือยัง ก็ได้ร่วมงานกับจอย เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้เจอกัน ส่วนจุดเริ่มต้นที่คุยกัน พอช่วงโปรโมตหมดไป ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำอย่างอื่น จอยไปออกรายการข่าวช่องนึงตอนเช้าเลย บียังไม่ได้นอน เห็นเขาทำทรงผมทรงใหม่ ก็เลยเพจเจอร์ไปหาเขา (จอย : สมัยนั้นเพจเจอร์ (หัวเราะ)) ก็ส่งไปประมาณว่าเปลี่ยนทรงผมทรงใหม่น่ารักจัง ดูดีจัง อะไรสักอย่าง (จอย : ตอนนั้นจอยก็โทรฯ ไปเลย เอาจริงๆ ตอนนั้นจอยจำไม่ค่อยได้ เขาบอกจอยโทรฯ กลับมาหาบีเลย ซึ่งก็เป็นไปได้ค่ะ (หัวเราะ))

ก็ทักทายกันว่าบีเหรอ ยังไม่นอนเหรอ ทำอะไรอยู่ ที่ได้คุยและได้เจอกัน ปัญหาอย่างเดียวคือมีเรียนบ่าย แล้วรายการ 6 โมง 8 โมงเลิกแล้ว แล้วเขาไม่รู้ไปไหน ก็เลยแวะมาหา ซึ่งตอนนั้นมีโทรศัพท์บ้านครับ เขาไม่รู้จะไปไหน เขานัดเพื่อนฝูงมารวมตัวกันก่อน ก่อนไปมหาวิทยาลัย ถามว่าอบอุ่นเซฟโซนอย่างนี้กี่เดือนกี่ปี ก็ประมาณ 2 ปีครับ ให้คำจำกัดความคือ ตอนนั้นยังงงอยู่ ไม่ได้ให้อะไรเลย

คือไม่กล้าบอกเขา แล้วอยู่ๆ เขาก็หายไป ตอนแรกหายไป 3 วัน มาลองเก็บความรู้สึกกันว่าตอนนั้นรู้สึกยังไง บีรู้สึกใจหายวูบเลย คิดถึง ทำไมไม่โทรฯ มา หายไป 3 วัน พอกลับมาก็สดใส สว่าง อยู่ดีๆ ก็เปิดประตูเข้ามา จากเรามืดๆ อึมครึม เราสว่างขึ้นมาทันทีว่าจอยกลับมาแล้ว แต่ก็ยังไม่พูด ยังไม่บอก เอาจริงๆ ไม่กล้าครับ เขาระดับนางเอก เราไม่กล้าคิดขนาดนั้น จอยเขานางเอกเบอร์หนึ่งในยุคนั้น ในสายตาบี

ที่กลับมาคุยล่าสุดแล้วมันต่อกันติด เป็นเรื่องงานครับ บีทักไอจีเขา อยู่ๆ ก็ไปทักเฉยๆ เลย ตอนนั้นเขาลงรูปแต่งตัว บีก็ไปทักว่าลุคนี้ดูเท่จัง ก็ไม่ทราบเหมือนกัน คืออยู่ดีๆ ก็เข้าไปคอมเมนต์ แล้วพอได้มาทำงานร่วมกัน จนเข้าห้องซ้อมครั้งที่ 2 มีโมเมนต์ได้อยู่ด้วยกัน 2 คน วันนั้นคนที่ขับรถให้จอยติดธุระต้องเก็บบูธของจอย ก็เป็นหน้าที่บีที่ต้องไปส่ง เป็นผู้หญิงมันอันตราย (หัวเราะ) ระหว่างนั้นเราก็คุยกัน ระหว่างที่ซ้อมครั้งที่หนึ่งมาครั้งที่สอง คุยกันทางโทรศัพท์ก็เริ่มเปิดใจกันแล้ว ก็เลยขอเขาตรงๆ เลยว่า ถ้าซ้อมครั้งที่สอง เจอกันขอกอดได้มั้ย แต่ก็ยังไม่ได้กอด นั่นเป็นกอดแรกที่ห่างกัน 28 ปีไม่ได้กอด คิดถึงอยู่แล้วก็กอดแน่นมาก ได้ถามเขาว่ารู้สึกยังไงที่บีกอด น้ำตาจะไหล

แล้วพอมาโมเมนต์ขอเป็นแฟนอย่างเป็นทางการ พอมันชัดเจน แล้วได้เจอกันแล้วคราวนี้ ไปมาหาสู่กัน บีก็ขอตรงๆ เลยว่าขอเป็นแฟนได้มั้ย เพราะในความรู้สึกบีโอกาสครั้งนี้ไม่ได้กลับมาง่ายๆ พอมันกลับมาก็ไม่อยากให้มันหลุดมือไป เราก็คีพความรู้สึกคีพคนนี้ คีพความรักเอาไว้ให้ได้ ก็เลยขอเขาเป็นแฟน กว่าจะขอเป็นแฟน ใช้เวลาประมาณเดือนนึงครับ กลับมาคุยกัน ตัดสินใจเป็นแฟน แล้วตัดสินใจแต่งงานเลย ช่วงเวลาเร็วมาก จนหลายคนตั้งคำถามว่าสาเหตุอะไรถึงตัดสินใจแต่งงานเร็ว

คือด้วยความที่บีกับจอยเคยคบกันมาก่อน ถึงไม่เปิดเผยแสดงสถานะอะไร แต่เราก็เรียนรู้กันมาตั้งนานแล้ว เรารู้ว่าแต่ละคนนิสัยเป็นยังไง กลับมาคบกันคราวนี้ก็ไม่ต้องใช้เวลามาก ความรู้สึกมันชัดเจนมากๆ เริ่มต้นอยากทำให้ถูกต้องครับ เพื่อที่เวลาจอยไปไหนมาไหนจอยจะได้ไม่ต้องคอยตอบคำถาม ขออนุญาตผู้ใหญ่ให้ถูกต้องครับ ก็เลยเกิดจุดเริ่มต้น ค่อยๆ ขยายเป็นงานแต่งเล็กๆ แบบนี้

ส่วนเรื่องลูก หลังจากแต่งก็ได้ปรึกษาคุณหมอก่อน เราอายุเยอะกันทั้งคู่แล้ว โดยเฉพาะจอยก็อยากรู้ เราไม่มีความรู้จริงๆ ก็ไปปรึกษาแพทย์ว่ามีได้มั้ย พร้อมตั้งครรภ์มั้ย คุณหมอก็ให้ความรู้หลายแบบ จนเราได้ผลสรุปว่าเราจะมีวิธีธรรมชาติ ส่วนมีอะไรอยากบอกภรรยา เอาตรงๆ ก็ไม่คิดไม่ฝัน (จอยเขินซบไหล่) บอกได้คำเดียวว่ารัก ตลอดชีวิตไม่รู้จักคำนี้ เพิ่งมารู้จักกับจอยว่ารัก”