สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า นับเป็นครั้งแรกที่คะแนนความนิยมของรัฐบาลทาคาอิจิลดลงต่ำกว่า 70% นับตั้งแต่ที่เธอเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เมื่อเดือน ต.ค. 2568 ตามรายงานของหนังสือพิมพ์นิกเกอิ เมื่อวันที่ 25 ม.ค.

สัดส่วนของผู้ที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลทาคาอิจิ เพิ่มขึ้นเป็น 26% จาก 18% ในการสำรวจครั้งก่อนในเดือน ธ.ค. 2568 โดยในจำนวนนี้ 56% กล่าวว่า พวกเขาไม่คิดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทาคาอิจิ ซึ่งออกแบบมาเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น จะมีประสิทธิภาพ โดยมีเพียง 38% ที่เชื่อว่าจะมีผลในเชิงบวก

ทาคาอิจิประกาศจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดในวันที่ 8 ก.พ. เพื่อขอเสียงสนับสนุนในการผลักดันนโยบายการคลังแบบขยายตัว ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากตลาดกังวลว่า ญี่ปุ่นอาจถูกบังคับให้ต้องออกพันธบัตรเพิ่มเติม

ด้านผลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดพบว่า ประมาณ 58.4% ของผู้ที่มีอายุ 30 ปีหรือน้อยกว่า ยินดีกับการยุบสภาผู้แทนราษฎร สูงกว่าตัวเลข 47.5% ในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 40 และ 50 ปี ขณะที่กลุ่มผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 60.8% ไม่เห็นด้วย

อย่างไรก็ตาม ในภูมิภาคทางเหนือที่มีหิมะตกหนัก เช่น โทโฮคุ มีผู้คัดค้านถึง 61.4% และมีผู้สนับสนุนมีเพียง 35.3% ส่วนในเขตโฮคุริคุ-ชินเอ็ทสุ ​​ซึ่งรวมถึงจังหวัดอิชิกาวะและนากาโนะ มีผู้คัดค้าน 56.4% และผู้สนับสนุน 37.5%.

เครดิตภาพ : AFP