สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่าแม้กระทั่งก่อนฤดูหนาวจะเริ่มต้นขึ้น กลุ่มผู้สนับสนุนผู้บริโภคก็ได้ส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านความร้อนที่สูงขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการปรับปรุงท่อและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งนำไปสู่การขึ้นราคาค่าสาธารณูปโภค

จากการคาดการณ์เมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยสมาคมผู้อำนวยการด้านความช่วยเหลือด้านพลังงานแห่งชาติ (เอ็นอีเอดีเอ) ระบุว่า ครัวเรือนในสหรัฐจะใช้จ่ายเงิน 995 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 30,894 บาท) สำหรับค่าทำความร้อนในฤดูหนาวนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 9.2% จากปีที่แล้ว

ทั้งนี้ทั้งนั้น ยอดรวมสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ซึ่งฤดูหนาวปี 2568-2569 ในฟิลาเดลเฟีย “ถือว่าหนาวจัด” โดยมีการคาดการณ์ว่า จะมีลมหนาวจากขั้วโลกเหนือ และพายุหิมะที่อาจพัดเข้ามา ซึ่งจะทำให้การใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอีก

นายแชด เมอร์ริล นักอุตุนิยมวิทยาจากแอคคูเวธเทอร์ กล่าวว่า อุณหภูมิเฉลี่ยในฟิลาเดลเฟียจนถึงกลางเดือน ม.ค. อยู่ที่ 36.2 องศาฟาเรนไฮต์ หรือราว 2.3 องศาเซลเซียส ซึ่งหนาวที่สุดเป็นอันดับที่ 6 นับตั้งแต่ปี 2543 และหนาวกว่าฤดูหนาวปี 2566-2567 ประมาณ 6 องศาฟาเรนไฮต์

อย่างไรก็ดี รัฐเพนซิลเวเนียห้ามบริษัทสาธารณูปโภคตัดไฟผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยในช่วงฤดูหนาว แต่ผู้บริโภคที่ค้างชำระอาจถูกตัดไฟ เมื่อมาตรการระงับสิ้นสุดลงในปลายเดือน มี.ค.

ผู้บริโภคที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง ผ่านโครงการช่วยเหลือด้านพลังงานสำหรับครัวเรือนรายได้น้อยในสหรัฐ (แอลไอเอชอีเอพี) ซึ่งจ่ายเงินช่วยเหลือรายปี รวมถึงเงินช่วยเหลือฉุกเฉินที่ให้วงเงินสูงสุด 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31,050 บาท).

เครดิตภาพ : AFP