สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกินชาซา ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่า เกิดเหตุ “ดินถล่มครั้งมโหฬาร” ที่เหมืองในเมืองรูบายา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตแร่โคลแทน ในจังหวัดนอร์ตคีวู ทางตะวันออกของประเทศ ในพื้นที่ทางตะวันออกของประเทศ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เมื่อเนินเขาส่วนหนึ่งของเหมืองพังทลายลง และมีการถล่มซ้ำอีกครั้ง เมื่อวันพฤหัสบดี ทั้งนี้ การที่พื้นที่เกิดเหตุอยู่ภายใต้เขตอิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธ ทำให้ภาครัฐยังไม่สามารถระบุจำนวนผู้เสียชีวิตได้อย่างแน่นอน แต่มีการประมาณการว่า “อย่างน้อย 200 ราย”
#ICYMI: At least 200 people have been killed in landslides at a mineral mine in territory held by M23 rebels in the eastern Democratic Republic of the Congo. pic.twitter.com/UAsKZMMMA8
— Al Jazeera English (@AJEnglish) January 31, 2026
อนึ่ง เหมืองรูบายาผลิตแร่โคลแทนป้อนสู่ตลาดโลกถึง 15-30% ซึ่งแร่โคลแทนเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด เช่น โน้ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เหมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งใน “จุดยุทธศาสตร์ของความขัดแย้ง” ระหว่างรัฐบาลดีอาร์คองโก กับกองกำลังติดอาวุธ “เอ็ม23” ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่า สนับสนุนโดยรวันดา โดยกลุ่มเอ็ม23 บุกยึดเหมืองแห่งนี้ได้ เมื่อเดือน เม.ย. 2567 และเคยมีการประเมินว่า กลุ่มเอ็ม23 มีรายได้จากเหมืองแห่งนี้ราว 800,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (ราว 25.25 ล้านบาท) ผ่านการเก็บภาษีแร่กิโลกรัมละ 7 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 220.99 บาท) และแร่โคลแทนทั้งหมดที่ขุดได้ ส่งออกไปที่รวันดาเป็นหลัก.
เครดิตภาพ : AFP



