สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่าพล.อ.เซอร์เก ชอยกู เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการ ในสัปดาห์นี้ เพื่อลงนามในสนธิสัญญาความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อีก 5 ปี จนถึงปี 2573 โดยเน้นการยกระดับความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ
ตลอดระยะเวลา 5 ปี หลังการรัฐประหารในเมียนมา เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 กองทัพเมียนมาพึ่งพาอาวุธจากรัสเซียและจีนอย่างมาก โดยเฉพาะเครื่องบินรบสัญชาติรัสเซียที่ถูกนำมาใช้โจมตีทางอากาศ เพื่อสกัดกั้นกองกำลังฝ่ายต่อต้าน ทั้งที่เป็นพลเรือนและกองกำลังชาติพันธุ์ แต่ขณะเดียวกันก็ถูกนานาชาติประณาม ว่าพุ่งเป้าโจมตีพลเรือน ซึ่งอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม
Russia and Myanmar are discussing energy security, including personnel training, Russian Security Council Secretary Sergey Shoigu told reporters:https://t.co/tM7gwV0Kmp pic.twitter.com/PXMN4OOB6F
— TASS (@tassagency_en) February 3, 2026
ขณะที่นอกจากรัสเซียจะส่งอาวุธให้กับกองทัพเมียนมาแล้ว ทางเมียนมาเองก็ส่งอุปกรณ์ทางการทหารกลับไปให้รัสเซีย เพื่อสนับสนุนรัฐบาลมอสโกในการทำสงครามกับยูเครนที่เช่นกัน
นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังเมียนมาเพิ่งผ่านพ้นการเลือกตั้งทั่วไป 3 ระยะ ซึ่งรัฐบาลทหารยืนยันว่า เป็นก้าวแรกสู่ประชาธิปไตย แต่พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา ( ยูเอสดีพี ) ได้รับชัยชนะอย่างขาดลอย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากนานาชาติเกี่ยวกับความโปร่งใส เนื่องจากการเลือกตั้งไม่สามารถจัดได้ครบทุกพื้นที่.
เครดิตภาพ : REUTERS



