สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งเมียนมา ประกาศผลการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งจัดขึ้น 3 ระยะ ในวันที่ 28 ธ.ค. 2568, 11 ม.ค. และ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับกองทัพเมียนมา กวาดที่นั่งไปได้ถึง 739 ที่นั่ง จากทั้งหมด 1,025 ที่นั่ง
ขณะที่พรรคเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูพี) ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นอันดับที่สอง 68 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคประชาธิปไตยเชื้อชาติฉาน หรือพรรคเสือขาว ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา 39 ที่นั่ง
ด้านจำนวนผู้มาใช้สิทธิอยู่ที่ราว 13.1 ล้านคน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 24.2 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 55% อนึ่ง ผลการสำรวจสำมะโนประชากรในปี 2567 ระบุว่า เมียนมามีประชากรทั้งสิ้น 51 ล้านคน
A proxy party for Myanmar’s junta has been declared the "landslide" winner of elections that were derided as illegitimate by the UN https://t.co/CPyNIXQxEO
— Bloomberg (@business) February 4, 2026
ผลการนับคะแนนดังกล่าวหมายความว่า พรรคยูเอสดีพีจะครองเสียงข้างมากทั้งในสภาระดับชาติและระดับจังหวัด ทำให้สามารถจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่และแต่งตั้งประธานาธิบดีได้ด้วยตนเอง ด้านสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของเมียนมา รายงานโดยอ้างเป็นคำกล่าวของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาคนปัจจุบัน ว่ารัฐสภาจะเปิดประชุม ในสัปดาห์ที่สามของเดือน มี.ค. นี้
อนึ่ง รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อปูทางสู่การจัดตั้ง “สภาที่ปรึกษาสหภาพ” โดยประธานสภาซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีคนใหม่ มีแนวโน้มจะเป็นผู้นำโดยพฤตินัยของประเทศ ซึ่งหาก พล.อ.มิน อ่อง หล่าย รับตำแหน่งนี้ จะทำให้มีอำนาจบริหารจัดการประเทศได้ โดยไม่ต้องลาออกจากตำแหน่งทางทหาร เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2551 ห้ามมิให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารในเวลาเดียวกัน.
เครดิตภาพ : AFP



