เมื่อวันที่ 5 ก.พ.นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ สรุปสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในกทม.เปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกัน 2 ปี ในช่วงระหว่าง 1 พ.ย. 2567 – 31 ม.ค.2568 และ 1 พ.ย. 2568 – 31 ม.ค. 2569 พบว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในกทม. โดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น ค่าเฉลี่ยลดลงจาก 34 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เหลือ 28 มคก./ลบ.ม. (ลดลง 18%) ค่าสูงสุดที่ตรวจวัดได้ 91.0 มคก./ลบ.ม. ในพื้นที่ริม ถ.กาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน ลดลงเหลือ 60.2 มคก./ลบ.ม. ในพื้นที่เดียวกัน และจำนวนวันที่เกินค่ามาตรฐานจาก 47 วัน ลดลงเหลือ 22 วัน (ลดลง 53%) 

นายสุรินทร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ หากรวมพื้นที่กทม. และปริมณฑล (นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร) ค่าเฉลี่ยลดลงจาก 36 มคก./ลบ.ม. เหลือ 32 มคก./ลบ.ม. (ลดลง 11%) ค่าสูงสุดที่ตรวจวัดได้ 123.0 มคก./ลบ.ม.ในพื้นที่ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ลดลงเหลือ 103.6 มคก./ลบ.ม. ในพื้นที่ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และจำนวนวันที่เกินค่ามาตรฐานลดลงจาก 75 วัน เหลือ 71 วัน (ลดลง 5%)

นายสุรินทร์ กล่าวว่า แนวโน้มคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเตรียมการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง โดยเริ่มการปฏิบัติการตั้งแต่ยังไม่เกิดสถานการณ์ฝุ่นละออง มีการปรับปรุงกฎระเบียบและเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ เครื่องมือ กำลังพลเพื่อใช้ในช่วงเกิดสถานการณ์ มีการควบคุมแหล่งกำเนิดทั้งยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรม การเผาในที่โล่ง 

นายสุรินทร์ กล่าวว่า รวมถึงการจัดการหมอกควันข้ามแดน การสื่อสารประชาสัมพันธ์แบบเคาะประตูบ้าน ยกระดับการแจ้งเตือนสถานการณ์ให้กับหน่วยงานทั้งส่วนกลางและจังหวัด รวมถึงการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ในจังหวัดที่มีค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง ซึ่งจังหวัดได้มีการยกระดับการแก้ไขปัญหาในทันที โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ ภาค และจังหวัดเป็นกลไกการบริหารจัดการและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวอีกว่า ถึงแม้สภาพอุตุนิยมวิทยาที่มีความกดอากาศสูงเข้ามาปกคลุมประเทศตามฤดูกาล การระบายอากาศต่ำ ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง แต่ความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน โดยเฉพาะประชาชน มีส่วนสำคัญที่จะช่วยลดฝุ่นละอองได้ จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมลดฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคน ทั้งนี้ สามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศได้ทางเว็บไซต์ Air4Thai.pcd.go.th หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai