สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับเว็บไซต์ของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในรัฐแทสเมเนียของออสเตรเลียซึ่งใช้ภาพที่สร้างขึ้นโดย “เอไอ” เพื่อเรียกความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างถิ่น แต่กลับพบในภายหลังว่า สถานที่ดังกล่าวไม่มีอยู่จริงในเมืองนั้น
เว็บไซต์แนะนำแหล่งท่องเที่ยว “Tasmania Tours” ลงบทความและภาพประกอบที่สร้างขึ้นโดยเอไอ เพื่อแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของเมืองเวลด์โบโร (ปัจจุบันถูกลบออกไปแล้ว) โดยกล่าวถึง “บ่อน้ำพุร้อนเวลด์โบโร” ที่ระบุไว้ว่าเป็น “สถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบ” ในป่าทางตะวันออกเฉียงเหนือของแทสเมเนีย และบรรยายว่าเป็น “สวรรค์แห่งความสงบ” และ “สถานที่สุดโปรด” ของเหล่านักปีนเขา
ทั้งนี้ เวลด์โบโร เป็นเมืองชนบทเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากเมืองลอนเซสตัน เมืองใหญ่อันดับสองของแทสเมเนีย ประมาณ 110 กิโลเมตร
สกอตต์ เฮนเนสซีย์ เจ้าของบริษัท Australian Tours and Cruises ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ และเป็นผู้ดำเนินงานของเว็บไซต์ Tasmania Tours ให้สัมภาษณ์กับสถานีข่าว Australian Broadcasting Network (ABC) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า “เอไอของเราทำเรื่องพังพินาศโดยสิ้นเชิง”
เขากล่าวว่า บริษัทได้จ้างบุคคลภายนอกเพื่อจัดทำเนื้อหาทางการตลาด และโดยปกติแล้วเขาจะตรวจสอบทุกโพสต์ แต่บทความนี้เผยแพร่ออกไปในขณะที่เขาเดินทางไปต่างประเทศ

“เราพยายามจะแข่งขันกับบริษัทเจ้าใหญ่ๆ” เฮนเนสซีย์กล่าว “ทางหนึ่งก็คือคุณต้องคอยอัปเดตเนื้อหาให้สดใหม่ตลอดเวลา”
เขากล่าวต่อว่า “เราไม่ใช่พวกมิจฉาชีพ เราเป็นคู่สามีภรรยาที่พยายามทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อผู้คน… เราทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เราเป็นคนจริงๆ และมีการจ้างพนักงานขายด้วย”
บริษัท Australian Tours and Cruises บอกสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า “ความเกลียดชังทางออนไลน์และความเสียหายต่อชื่อเสียงทางธุรกิจของเรานั้นเป็นสิ่งที่ทำลายจิตใจอย่างรุนแรง” และเสริมว่า “เราแค่พยายามใช้ชีวิตต่อไปและทิ้งเรื่องทั้งหมดนี้ไว้ข้างหลัง”
ด้าน คริสตี โปรเบิร์ต เจ้าของโรงแรมเวลด์โบโรบอกผู้สื่อข่าวว่า เธอรู้สึกสับสนเมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาถามเกี่ยวกับ “บ่อน้ำพุร้อน” ของเมืองเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว
“เริ่มแรกก็มีแค่สองสามสายที่โทรมา” โปรเบิร์ตกล่าว “แต่หลังจากนั้นผู้คนก็เริ่มแห่กันมาเป็นกลุ่มใหญ่ ฉันได้รับสายโทรศัพท์น่าจะวันละ 5 สาย และมีคนมาถึงที่โรงแรมอย่างน้อย 2-3 คนเพื่อตามหาบ่อน้ำพุร้อน เราอยู่ในทำเลที่ห่างไกลมาก ดังนั้น มันจึงดูเหมือนไม่มีที่มาที่ไปเลย”
แอน ฮาร์ดี ศาสตราจารย์พิเศษด้านการท่องเที่ยวที่มหาวิทยาลัย Southern Cross ประเทศออสเตรเลีย บอกผู้สื่อข่าวจากซีเอ็นเอ็นว่า เอไอกลายเป็น “สิ่งที่แพร่หลายไปทั่วในอุตสาหกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยว” โดยเสริมว่านักท่องเที่ยวประมาณ 37% ใช้เอไอเพื่อหาคำแนะนำในการเดินทางหรือวางแผนกำหนดการ
“นักท่องเที่ยวเชื่อใจเอไอมากกว่าเว็บไซต์รีวิวเสียอีก” เธอกล่าว พร้อมเสริมว่า ผู้ประกอบการทัวร์ยุคนี้ไม่เพียงใช้เอไอเพื่อนำเสนอเนื้อหาทางการตลาด แต่ยังใช้ในการวางกำหนดการเดินทางและคำนวณค่าใช้จ่ายด้วย
ฮาร์ดีกล่าวว่า เอไอมีประโยชน์มากในแง่ที่ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความถูกต้องตามข้อเท็จจริง เธอระบุว่า งานวิจัยเชิงประจักษ์ด้านการท่องเที่ยวชี้ให้เห็นว่า “90% ของแผนการเดินทางที่เอไอสร้างขึ้นนั้น มีข้อผิดพลาดอยู่”
สิ่งที่น่ากังวลก็คือผลกระทบที่อันตรายจากการใช้เอไอช่วยในการหาข้อมูลและวางแผนเดินทาง ฮาร์ดี ยกตัวอย่างการเดินป่าในพื้นที่ห่างไกลของแทสเมเนียที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
“ฉันเคยเห็นหลายกรณีที่เอไอให้คำแนะนำในการเดินป่าแบบวันเดียวที่มีข้อมูลคลาดเคลื่อนมาก ตั้งแต่ความยาวของระยะทาง ระดับความยาก หรือสภาพอากาศ” เธอบอกผู้สื่อข่าว และแนะนำว่า นักท่องเที่ยวไม่ควรใช้แค่เอไอ แต่ควรค้นคว้าข้อมูลด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นจากหนังสือคู่มือนำเที่ยว ตัวแทนท่องเที่ยวหรือเว็บไซต์รีวิว รวมถึงพนักงานในท่องที่เพื่อประเมินว่าแผนการเดินทางจากเอไอนั้นถูกต้องหรือไม่
ส่วนโปรเบิร์ตกล่าวเสริมว่า เธอรู้สึกเห็นใจเจ้าของเว็บไซต์ Tasmania Tours ซึ่งเธอได้พูดคุยด้วยทางโทรศัพท์
“มันยากที่จะรักษาทุกอย่างให้ทันสมัยและตรงตามกระแสในฐานะธุรกิจขนาดเล็ก” เธอกล่าว “พวกเขาดูเหมือนเป็นคนน่ารัก และเราทุกคนต่างก็เคยทำผิดพลาด
“มีอะไรให้ทำตั้งมากมายในเวลด์โบโร” เธอยืนยัน “ก็แค่ไม่มีบ่อน้ำพุร้อนเท่านั้นเอง”
ที่มา : edition.cnn.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Tasmania Tours Website



