สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังนายคีธ วิลสัน นายกเทศมนตรีเมืองพอร์ตแลนด์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางใช้สารเคมีระหว่างการประท้วงในเมือง ที่ส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ

ในการตัดสินเมื่อวันอังคาร (3 ก.พ.) นายไมเคิล เอช. ไซมอน ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ ออกคำสั่ง ห้ามเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายของรัฐบาลกลางใช้สารเคมีหรือกระสุน เช่น แก๊สน้ำตาและลูกบอลพริกไทย กับผู้ประท้วงรอบอาคารสำนักงานไอซีอี เบื้องต้นคำสั่งนี้มีผลครอบคลุมระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน

นอกจากนั้น ผู้พิพากษาไซมอนยังห้ามเจ้าหน้าที่ยิงกระสุน หรือใช้อาวุธที่เล็งไปที่ศีรษะ คอ หรือลำตัวของบุคคลใด ๆ เว้นแต่เจ้าหน้าที่จะมีเหตุผลอันควรตามกฎหมาย ในการใช้กำลังถึงแก่ชีวิตกับบุคคลนั้น

ทั้งนี้ ผู้พิพากษาไซมอนออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หลังโจทก์หลายรายยื่นฟ้องร้องทางกฎหมายโดยกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางใช้กำลังเกินกว่าเหตุต่อพวกเขา รวมถึงหญิงชราวัย 84 ปี ซึ่งเอกสารของศาลระบุว่า ถูกยิงที่ศีรษะด้วยกระสุนเคมี ระหว่างที่เธอกำลังถือป้ายอย่างสงบในที่สาธารณะ โดยตามเอกสารของศาล เธอเดินกลับบ้านในสภาพ “ร่างกายเปื้อนเลือด”

ผู้พิพากษาไซมอนกล่าวอีกว่า ศาลคาดว่าการยิงและการใช้แก๊สน้ำตาซ้ำ ๆ ต่อผู้ประท้วงอย่างสันติ ที่อาคารไอซีอีในพอร์ตแลนด์ มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นซ้ำอีก

ก่อนหน้านี้ วิลสัน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางใช้อาวุธเคมีจำนวนมากต่อผู้ประท้วงอย่างสันติ แม้จะมีเด็กอยู่ในเหตุการณ์ และผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้ละเมิดกฎหมาย คุกคาม หรือเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่.

เครดิตภาพ : AFP