สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่า เขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นดินแดนที่อิสราเอลยึดครองมาตั้งแต่ปี 2510 จะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต แต่หลายคนในฝ่ายขวาทางศาสนามองว่า มันเป็นดินแดนของอิสราเอล

“คณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคงอนุมัติการตัดสินใจหลายประการในวันนี้ ซึ่งเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงทางกฎหมายและพลเรือนโดยพื้นฐาน ในเขตจูเดียและซามาเรีย” แถลงการณ์ระบุ

มาตรการดังกล่าว ซึ่งประกาศโดยนายเบซาเลล สโมทริช รมว.คลังอิสราเอล และนายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหมอิสราเอล ยังรวมถึงการยกเลิกกฎระเบียบที่มีมานานหลายสิบปี ซึ่งห้ามพลเมืองชาวยิวซื้อที่ดินในเขตเวสต์แบงก์ ตลอดจนอนุญาตให้ทางการอิสราเอล บริหารจัดการสถานที่ทางศาสนาบางแห่งได้ แม้ว่าสถานที่เหล่านั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลปาเลสไตน์ก็ตาม

ด้านสโมทริชกล่าวว่า ความเคลื่อนไหวข้างต้นมีเป้าหมาย เพื่อเสริมสร้างรากฐานในทุกภูมิภาคของดินแดนอิสราเอล และฝังกลบแนวคิดเกี่ยวกับรัฐปาเลสไตน์

ขณะที่คัตซ์ระบุเสริมว่า เขตจูเดียและซามาเรีย เป็นหัวใจสำคัญของอิสราเอล อีกทั้งการเสริมสร้างความแข็งแกร่งจะเป็นผลประโยชน์ต่อความมั่นคง ชาติ และระบอบไซออนิสต์

จนถึงขณะนี้ การเปลี่ยนแปลงการก่อสร้างในชุมชนชาวยิวของเมืองเฮบรอน ในเขตเวสต์แบงก์ ต้องได้รับการอนุมัติจากเทศบาลท้องถิ่นและทางการอิสราเอล แต่ภายใต้ข้อตกลงใหม่ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะต้องการการอนุมัติจากอิสราเอลเพียงฝ่ายเดียว

อนึ่ง ทำเนียบประธานาธิบดีปาเลสไตน์ในเมืองรามัลเลาะห์ ประณามการตัดสินใจของอิสราเอล โดยระบุว่า มาตรการชุดใหม่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความพยายามในการผนวกเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง.

เครดิตภาพ : REUTERS