สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมินนีแอโพลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า นายทอม โฮแมน ผู้อำนวยการใหญ่ด้านนโยบายควบคุมพรมแดนของทำเนียบขาว กล่าวว่า มีการเสนอไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เกี่ยวกับการยุติปฏิบัติการด้านความมั่นคงที่เมืองมินนีแอโพลิส ในรัฐมินนิโซตา ซึ่งผู้นำสหรัฐเห็นชอบและสั่งให้สิ้นสุดนับตั้งแต่บัดนี้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี) และหน่วยงานอื่นอีกหลายแห่งที่ร่วมปฏิบัติการ เริ่มการลดกำลังพลอย่างมีนัยสำคัญแล้ว และคาดว่าจะเสร็จสิ้นในสัปดาห์หน้า
Since I have been on the ground here in Minnesota, I have had the opportunity to assess progress of the surge operation, as well as conduct extensive federal, state, local, and community stakeholder outreach to hear their perspectives, obtain better cooperation, and deescalate…
— Thomas D. Homan (@RealTomHoman) February 12, 2026
อย่างไรก็ดี โฮแมนย้ำว่า รัฐบาลกลางจะยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการปราบปรามผู้ที่ลักลอบเข้าเมือง “ด้วยความเข้มงวด” ต่อไป
???? HOLY SMOKES. Tom Homan just revealed Minnesota counties are LETTING ICE INTO THE JAILS to arrest illegals, "unprecedented" cooperation is now happening
— Eric Daugherty (@EricLDaugh) February 4, 2026
They caved. Illegals are being arrested instead of being released into Minnesota. This is HUGE, Tom Homan did it! ????
"We… pic.twitter.com/F3LyCyh8IU
แม้การหาเสียงโดยการให้คำมั่นยกระดับปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย มีส่วนสำคัญช่วยให้ทรัมป์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง และกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่สอง อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการของไอซีอีและเจ้าหน้าที่จากอีกหลายหน่วยงาน ที่เมืองมินนีแอโพลิส ตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยการใช้มาตรการที่หลายฝ่ายวิจารณ์อย่างหนักว่า “เกินกว่าเหตุ” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปะทะกับประชาชนที่ออกมาชุมนุมต่อต้าน และมีการยิงพลเมืองสหรัฐเสียชีวิตแล้ว 2 ราย
อีกด้านหนึ่ง พรรคเดโมแครตเรียกร้องให้มีการปฏิรูปไอซีอีครั้งใหญ่ รวมถึงการยุติหน่วยลาดตระเวนเคลื่อนที่ ห้ามเจ้าหน้าที่ปกปิดใบหน้า และต้องมีหมายศาลในการดำเนินการตรวจค้นบ้านเรือนของประชาชน ซึ่งหากการเจรจาทางการเมืองเกี่ยวกับงบประมาณของไอซีอีล้มเหลว กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิอาจประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. เป็นต้นไป.
เครดิตภาพ : AFP



