สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ (บีบีซี) ออกแถลงการณ์ว่า บีบีซียังคงต้องเผชิญกับความกดดันทางการเงินที่รุนแรง ท่ามกลางภูมิทัศน์ของตลาดสื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งให้ผู้บริหารคาดการณ์ว่า ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกราว 10% ภายในระยะเวลา 3 ปีนับจากนี้ เพื่อปฏิรูปบีบีซี “ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมุ่งเน้นความสำคัญไปที่การนำเสนอคอนเทนต์แก่ผู้ชมเป็นหลัก”
แม้บีบีซีไม่ได้ระบุตัวเลขงบประมาณที่จะตัดลดอย่างชัดเจน แต่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งในสหราชอาณาจักรรายงานว่า ยอดการตัดลดอาจสูงถึง 600 ล้านปอนด์ (ราว 25,408 ล้านบาท) ซึ่งจะส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงานและตัดลดรายการบางส่วน เพื่อประคองตัวให้อยู่รอดท่ามกลางงบประมาณที่ถูกบีบคั้น
อนึ่ง วิกฤติการเงินในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากจำนวนผู้ที่ยอมจ่าย “ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรับชมโทรทัศน์” รายปีลดน้อยลง ซึ่งตามกฎหมายแล้ว ทุกครัวเรือนในสหราชอาณาจักรที่รับชมโทรทัศน์รายการสดต้องจ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ปีละ 174.50 ปอนด์ (ราว 7,389.49 บาท)
BBC to make hundreds of millions of pounds of cuts https://t.co/vhoK10cngi
— BBC News (UK) (@BBCNews) February 12, 2026
ทั้งนี้ ระหว่างปีงบประมาณ 2567-2568 บีบีซีเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมนี้ได้ 3,800 ล้านปอนด์ (ราว 160,904.50 ล้านบาท) จากผู้ถือใบอนุญาตมากกว่า 23 ล้านคน อย่างไรก็ตาม รายงานจากคณะกรรมาธิการของสภาสามัญ เมื่อไม่นานมานี้ พบว่ามีถึง 3.6 ล้านครัวเรือน ที่แจ้งว่าตนเองไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตนี้อีกต่อไป
นอกเหนือจากปัญหาการเงินแล้ว บีบีซียังต้องรับมือกับพฤติกรรมการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนไปอย่างมาก เช่น บริการสตรีมมิ่งและวิดีโอออนดีมานด์ อีกทั้งสถานีกำลังเผชิญกับการฟ้องร้องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กรณีการตัดต่อคลิป ซึ่งทรัมป์ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทบีบีซี เรียกค่าเสียหายเป็นเงินสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 311,044.99 ล้านบาท) และศาลรัฐบาลกลางในรัฐฟลอริดากำหนดวันเริ่มไต่สวนคดี ในเดือน ก.พ. 2570.
เครดิตภาพ : AFP



