สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐและไต้หวันลงนามในข้อตกลง เพื่อยืนยันการลดภาษีนำเข้าของสหรัฐ สำหรับสินค้าจากไต้หวัน ควบคู่ไปกับข้อผูกพันของไต้หวัน ที่จะเพิ่มการใช้จ่ายในการซื้อผลิตภัณฑ์จากอเมริกา


การประกาศดังกล่าวเป็นการรับรองข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ที่เปิดเผยออกมาเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อลดภาษีนำเข้าของสหรัฐ สำหรับสินค้าส่งออกหลายรายการของไต้หวันจาก 20% เหลือ 15% และเพื่อกระตุ้นการลงทุนของไต้หวันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของอเมริกา


ทั้งนี้ ข้อตกลงยังคงต้องผ่านการอภิปรายและลงมติจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติของไต้หวัน หรือสภาหยวน ซึ่งฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก ขณะที่เกรียร์ยืนยันว่า “ข้อตกลงจะช่วยขจัดอุปสรรคทางภาษีและข้อจำกัดที่ไม่ใช่ภาษีซึ่งสินค้าส่งออกของสหรัฐ ต้องเผชิญในการส่งออกมายังไต้หวัน”


ด้านรัฐบาลไต้หวันยืนยันว่า ข้อตกลงนี้ทำให้ไต้หวันอยู่ใน “ฐานะที่เท่าเทียมในการแข่งขันกับคู่แข่ง” โดยไต้หวันได้รับการปฏิบัติทางภาษีในฐานะ “ชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง” และสามารถลดภาษีเฉลี่ย สำหรับสินค้าส่งออกไปยังสหรัฐ จากเดิมที่เริ่มจาก 15% โดยไม่มีการตั้งภาษีตอบโต้ซ้อนเข้าไปอีก ให้ลดลงเหลือเฉลี่ยเพียง 12.33%


ขณะที่ตามเอกสารข้อมูล ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ไต้หวันมีแผนที่จะอำนวยความสะดวกในการ “เพิ่มการจัดซื้อสินค้าสำคัญของสหรัฐในระยะยาว” ไปจนถึงปี 2572 ซึ่งรายการสินค้าที่ไต้หวันตกลงจะจัดซื้อประกอบด้วย ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และน้ำมันดิบ เครื่องบินพลเรือนและเครื่องยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ไต้หวันยังให้คำมั่นที่จะลดอุปสรรคทางภาษีส่วนใหญ่ และมอบสิทธิพิเศษในการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้าส่งออกภาคอุตสาหกรรม และเกษตรกรรมของสหรัฐอีกด้วย.

เครดิตภาพ : AFP