สำนักงานอัยการกรุงปารีสแถลงวานนี้ (12 ก.พ. 2569) ว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 9 คน ระหว่างการสืบสวนขบวนการฉ้อโกงเงินค่าบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลกของฝรั่งเศส คาดว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยร่วมกันดำเนินการมานานนับทศวรรษ และมีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 10 ล้านยูโร (ประมาณ 369 ล้านบาท) 

การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเป็นปฏิบัติการส่วนหนึ่งของการสืบสวนทางตุลาการ (กระบวนการที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีความ เพื่อหาหลักฐานและตัดสินใจว่าคดีนั้นมีมูลพอที่จะส่งฟ้องหรือไม่) ที่เริ่มขึ้นหลังจากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ได้ยื่นฟ้องร้องเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ระบุว่า ความเสียหายสะสมของพิพิธภัณฑ์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 10 ล้านยูโร

ตามรายงานของสำนักงานอัยการระบุว่า ผู้ที่ถูกควบคุมตัวประกอบด้วยพนักงานของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ 2 ราย มัคคุเทศก์หลายราย และผู้ต้องสงสัยอีกคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นหัวหน้าขบวนการ 

ก่อนหน้านี้ ทางพิพิธภัณฑ์ได้แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่สืบสวนเกี่ยวกับพฤติกรรมของมัคคุเทศก์ชาวจีน 2 ราย ที่ปรากฏตัวบ่อยครั้ง และต้องสงสัยว่าพากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ด้วยวิธีการทุจริต กล่าวคือนำบัตรใบเดิมกลับมาวนใช้กับนักท่องเที่ยวต่างกลุ่มกัน ซึ่งในเวลาต่อมาพบว่ามัคคุเทศก์รายอื่นก็มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน

สำนักงานอัยการระบุว่า ผลจากการเฝ้าสังเกตการณ์และการดักฟังโทรศัพท์ ช่วยยืนยันว่ามีการนำตั๋วเก่ามาใช้ซ้ำหลายครั้งจริง รวมถึงมีการวางกลยุทธ์กระจายคนในกลุ่มทัวร์ให้ดูคล้ายต่างคนต่างมา ไม่ได้เข้าชมสถานที่พร้อมกันเป็นกลุ่มใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่าย “ค่าธรรมเนียมการบรรยาย” ที่มีข้อบังคับว่ามัคคุเทศก์ต้องเป็นผู้จ่ายสำหรับกลุ่มทัวร์ขนาดใหญ่อย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ การสอบสวนยังชี้ให้เห็นว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิดภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ โดยพบว่ามัคคุเทศก์ได้จ่ายเงินสดให้พนักงานเหล่านั้นเพื่อแลกกับการไม่ต้องตรวจบัตรเข้าชม

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ขึ้นค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวจากนอกเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) จากเดิม 22 ยูโร (ราว 810 บาท) เป็น 32 ยูโร (ราว 1,180 บาท)

การสอบสวนในทางตุลาการอย่างเป็นทางการได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยตั้งข้อหาฉ้อโกงแบบองค์กรอาชญากรรม การฟอกเงิน การทุจริต การสนับสนุนการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในลักษณะองค์กร และการใช้เอกสารทางราชการปลอม ทางเจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่าเครือข่ายนี้อาจนำกลุ่มทัวร์เข้าชมได้มากถึง 20 กลุ่มต่อวัน ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

เชื่อกันว่าผู้ต้องสงสัยได้นำเงินบางส่วนไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั้งในฝรั่งเศสและดูไบ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดเงินสดไปแล้วกว่า 957,000 ยูโร (ราว 35.3 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงเงินสกุลต่างประเทศมูลค่า 67,000 ยูโร (2.47 ล้านบาท) ตลอดจนเงินในบัญชีธนาคารอีก 486,000 ยูโร (17.9 ล้านบาท)

สำนักงานอัยการยังระบุข้อสงสัยเพิ่มเติมว่า มีการฉ้อโกงบัตรเข้าชมในลักษณะที่คล้ายคลึงกันที่พระราชวังแวร์ซายด้วย แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม 

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES