สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (โอเอ็นเอส) ระบุในแถลงการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 0.1% เมื่อไตรมาสที่สี่ของปีที่แล้ว หรือระหว่างเดือน ต.ค.-ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยภาคบริการที่สำคัญได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ ขณะที่สตาร์เมอร์กำลังต่อสู้กับเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่าย ให้ลาออกจากการเป็นผู้นำสหราชอาณาจักร จากคดีอื้อฉาวของนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน จากการที่สตาร์เมอร์แต่งตั้งนายปีเตอร์ แมนเดลสัน เป็นเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำสหรัฐ ทั้งที่ทราบถึงความเชื่อมโยงของแมนเดลสันกับเอปสตีน มหาเศรษฐีผู้ล่วงลับ ซึ่งถูกศาลตัดสินว่ากระทำผิดทางเพศ

ขณะเดียวกัน ข้อมูลของโอเอ็นเอสระบุด้วยว่า จีดีพีโดยรวมของประเทศเติบโต 1.3% ในปี 2568 หลังขยายตัว 1.1% ในปี 2567 เนื่องจากเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้า ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ

แม้ทรัมป์จะลดมาตรการภาษีนำเข้าที่รุนแรงลงแล้ว แต่บริษัทหลายแห่งของสหราชอาณาจักร ยังคงชะลอการตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ เนื่องจากความไม่แน่นอนที่เป็นผลจากนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์ ซึ่งสร้างความผันผวนอย่างหนักต่อการค้าโลก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางสหราชอาณาจักรปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในปีนี้และปีหน้า ว่าการเติบโตของจีดีพีจะอยู่ที่ 0.9% ในปี 2569 และ 1.5% ในปี 2570 จากเดิมที่ 1.3% สำหรับปีนี้ และ 1.6% สำหรับปี 2570.

เครดิตภาพ : AFP