สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า นายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการที่ญี่ปุ่นยึดเรือประมงลำหนึ่งของจีน และจับกุมกัปตันเรือ ว่ารัฐบาลปักกิ่งหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่ารัฐบาลโตเกียวจะปฏิบัติตามข้อตกลงด้านการประมงระดับทวิภาคีอย่างเคร่งครัด บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ตลอดจนดูแลความปลอดภัยและคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของลูกเรือชาวจีน
ด้านนายมิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะโฆษกคณะรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลโตเกียวจะยังคงดำเนินการบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป เพื่อป้องกันการทำประมงผิดกฎหมายโดยเรือต่างชาติ
ขณะเดียวกัน ฝ่ายญี่ปุ่นให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า เรือลำดังกล่าวอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (อีอีแซด) ของญี่ปุ่น ห่างจากเกาะเมชิมะในหมู่เกาะโกโตะไปทางทิศใต้-ตะวันตกเฉียงใต้ราว 166 กิโลเมตร โดยพื้นที่บริเวณนั้น “ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน” ที่เป็นข้อพิพาทระหว่างทั้งสองประเทศ
The Chinese Government has always required Chinese fishermen to conduct operations in accordance with laws and regulations, while firmly safeguarding the legitimate rights and interests of Chinese fishermen, Chinese Foreign Ministry Spokesperson Lin Jian said on Friday, in… pic.twitter.com/tlpF7XIsdL
— Global Times (@globaltimesnews) February 13, 2026
ขณะที่สื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่นรายงานว่า กัปตันเรือชื่อนายเจิ้ง เหนียนลี่ สัญชาติจีน วัย 47 ปี ส่วนเรือที่ทางการยึดได้มีชื่อว่า “ฉยง ตง ยวี่” แต่สถานะของลูกเรืออีก 10 คน ยังไม่มีความชัดเจน
ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่า “กัปตันเรือได้รับคำสั่งให้หยุดเพื่อขอตรวจค้นโดยเจ้าหน้าที่ประมง แต่เรือลำดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามและพยายามหลบหนี” ด้วยเหตุนี้ นอกจากการยึดเรือแล้ว จึงต้องมีการจับกุมกัปตันเรือด้วย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 ที่หน่วยงานของญี่ปุ่นเข้ายึดเรือประมงของจีน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวน่าจะยิ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ให้พุ่งสูงขึ้นอีก หลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น กล่าวเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว เกี่ยวกับ “กรณีสมมุติ” หากจีนใช้กำลังทหารต่อไต้หวัน จะถือเป็นสิทธิให้รัฐบาลโตเกียวอาจใช้มาตรการทางทหาร “เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง” เช่นกัน สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับจีน ที่ใช้มาตรการกดดันญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง.
เครดิตภาพ : AFP



