สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่าหอการค้าวิสาหกิจในกรุงอัมสเตอร์ดัม ระบุในแถลงการณ์ว่า ศาลพบเหตุผลที่สมควรที่จะสงสัย ในนโยบาย และการดำเนินธุรกิจที่ไม่เหมาะสมของเน็กซ์พีเรีย ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทวิงก์เทคจากจีน และได้สั่งให้มีการสอบสวน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาหลายเดือน

ก่อนหน้านี้ ศาลมีบทบาทสำคัญในข้อพิพาทเกี่ยวกับเน็กซ์พีเรีย เมื่อเดือนต.ค. 2568 โดยสั่งพักงานนายจาง ซูเฉิง ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ชาวจีน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วิงก์” โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับการบริหารจัดการของเขา

ศาลแถลงว่า กรรมการยังคงถูกระงับการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่การแต่งตั้งกรรมการชั่วคราว และการโอนหุ้นในเน็กซืพีเรีย ยังคงมีผลบังคับใช้ เนื่องจากศาลพบว่า มีการกระทำโดยประมาทที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อน

นอกจากนั้น ศาลยังกล่าวว่า วิงก์เทคเปลี่ยนกลยุทธ์ของบริษัทโดยไม่ปรึกษากรรมการคนอื่น ๆ ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงกับเจ้าหน้าที่ชาวดัตช์ และจำกัดอำนาจของผู้บริหารในยุโรป

ระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา ทนายความของเน็กซ์พีเรียกล่าวหาวิงก์เทคว่า ใช้นโยบายทำลายล้างทุกอย่าง ในความพยายามที่จะเข้าควบคุมบริษัท ขณะที่ตัวแทนของวิงก์เทคกล่าวว่า าการแทรกแซงของเนเธอร์แลนด์นั้น ไม่สามารถเข้าใจได้ และหมายความว่า ข้อพิพาทบานปลายโดยไม่จำเป็น.

เครดิตภาพ : AFP