สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า มีแผนออกคำสั่งฝ่ายบริหารภายในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อให้กฎหมายการเลือกตั้งฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ หากสภาคองเกรสไม่รับรองกฎหมาย ซึ่งกำหนดให้ต้องใช้บัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายในการลงคะแนนเสียง รวมถึงการปฏิรูปอีกมากมาย
ทรัมป์กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการใช้บัตรประจำตัวที่มีรูปถ่าย สำหรับการเลือกตั้งกลางเทอม ในวันที่ 3 พ.ย. นี้ ไม่ว่าจะผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรสหรือไม่ก็ตาม
ปัจจุบัน แม้ในหลายเขตอำนาจศาลของสหรัฐ จะกำหนดให้ต้องมีบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายเพื่อลงคะแนนเสียง แต่ไม่ใช่ทุกแห่งที่ทำเช่นนั้น ซึ่งทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนโต้แย้ง แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน ว่าพื้นที่เหล่านั้นปล่อยให้เกิด “การทุจริตการเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ”
President Donald Trump said Friday that voter identification requirements will be in place for November’s midterm elections, even if Congress fails to pass the SAVE America Act. Trump made the pledge in a post on Truth Social. pic.twitter.com/sUKezBu9Ra
— NEWSMAX (@NEWSMAX) February 13, 2026
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายปฏิรูปการเลือกตั้งที่มีชื่อว่า “เซฟ อเมริกา” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์ ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ว่า วุฒิสภาจะไม่สามารถรับรองร่างกฎหมาย
เนื่องจากเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกันนั้น “ปริ่มน้ำ” เกินกว่าจะผ่านกฎหมายได้โดยปราศจากแรงสนับสนุนจากพรรคเดโมแครต
นอกเหนือจากการบังคับใช้บัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายแล้ว ร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้ต้องมี “หลักฐานการเป็นพลเมือง” เพื่อลงทะเบียนเลือกตั้งด้วย
แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีหลักฐานว่า มีการทุจริตที่มีนัยสำคัญในการเลือกตั้งของสหรัฐ และมีการแสดงความกังวลว่า มาตรการนี้จะทำให้ชาวอเมริกันหลายล้านคนไม่สามารถออกไปใช้สิทธิได้ เนื่องจากไม่มีพาสปอร์ตหรือสูติบัตรฉบับกระดาษติดตัว
อนึ่ง จากการวิเคราะห์ของศูนย์เบรนแนน พบว่ามีชาวอเมริกันมากกว่า 21 ล้านคน ที่เข้าถึงเอกสารเหล่านั้นได้ยาก ซึ่งจะทำให้ “ชาวอเมริกันทุกช่วงวัยถูกลิดรอนสิทธิ” โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่มสาวและกลุ่มชาติพันธุ์
นอกจากนี้ การผลักดันของทรัมป์ยังขัดต่อข้อกังวลด้านรัฐธรรมนูญ เนื่องจากภายใต้รัฐธรรมนูญของสหรัฐ รัฐต่าง ๆ ยังคงมีอำนาจในวงกว้างในการบริหารจัดการการเลือกตั้งของตนเอง จึงยังไม่ชัดเจนว่า ทรัมป์จะใช้วิธีทางกฎหมายใดในการบังคับใช้คำสั่งระดับชาติในเรื่องนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ความพยายามใดก็ตามในลักษณะนี้ มีแนวโน้มว่าจะถูกฟ้องร้องคัดค้านทางกฎหมาย ซึ่งท้ายที่สุดแล้วอาจต้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



