สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวต่อที่ประชุมความมั่นคงมิวนิก (เอ็มเอสซี) ที่เมืองมิวนิก ทางตอนใต้ของเยอรมนี ว่าโดยส่วนตัวเขาเชื่อว่า “ยุโรปมีความแข็งแกร่งโดยธรรมชาติ และสามารถทำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้อีก”


ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “ยุโรปมักถูกมองข้ามหรือถูกวิจารณ์อย่างรุนแรง” อีกทั้งยังมีการเหยียดหยามว่า ภูมิภาคแห่งนี้ “เป็นโครงสร้างที่แก่ชรา เชื่องช้า และแตกแยก” และ “เป็นสังคมที่เป็นเหยื่อของการอพยพอันป่าเถื่อน” และกระทั่งเป็น “ทวีปที่กดขี่และไร้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น”


ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวว่า “อันที่จริงแล้ว ตอนนี้ยุโรปคือการสร้างสรรค์ทางการเมืองที่แปลกใหม่อย่างสิ้นเชิง ของรัฐอธิปไตยที่มีเสรีภาพ” ซึ่งยอมละทิ้งการเป็นศัตรูและการทำสงครามที่มีมานานหลายศตวรรษ “เพื่อสถาปนาสันติภาพผ่านการพึ่งพาอาศัยกันทางเศรษฐกิจ” และตอนนี้ “ยุโรปต้องเรียนรู้ที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์”


ขณะเดียวกัน มาครงกล่าวว่า ฝรั่งเศสสนับสนุน “ความมุ่งมั่นสู่สันติภาพผ่านการเจรจา” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพื่อยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน


อย่างไรก็ตาม มาครงเน้นว่า หากสงครามนี้ยุติได้แล้วอย่างแท้จริง ทวีปยุโรปจำเป็นต้อง “กำหนดกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกัน เพื่อจำกัดความเสี่ยงของการขยายตัวของความขัดแย้ง” เพื่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงที่แท้จริงในระยะยาวของยุโรปเอง และสร้างความเข้มแข็งและอำนาจให้ตัวเอง เพื่อผลักดันสิ่งเหล่านั้น และสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง ในฐานะประชาธิปไตยที่เชื่อมั่น.

เครดิตภาพ : REUTERS