สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวต่อที่ประชุมความมั่นคงมิวนิก (เอ็มเอสซี) ที่เมืองมิวนิก ทางตอนใต้ของเยอรมนี ว่าโดยส่วนตัวเขาเชื่อว่า “ยุโรปมีความแข็งแกร่งโดยธรรมชาติ และสามารถทำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้อีก”
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “ยุโรปมักถูกมองข้ามหรือถูกวิจารณ์อย่างรุนแรง” อีกทั้งยังมีการเหยียดหยามว่า ภูมิภาคแห่งนี้ “เป็นโครงสร้างที่แก่ชรา เชื่องช้า และแตกแยก” และ “เป็นสังคมที่เป็นเหยื่อของการอพยพอันป่าเถื่อน” และกระทั่งเป็น “ทวีปที่กดขี่และไร้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น”
Macron defends Europe as an example to follow, as the continent seeks to rebuild strained ties with US pic.twitter.com/4Or4ZMGN1m
— TRT World Now (@TRTWorldNow) February 14, 2026
ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวว่า “อันที่จริงแล้ว ตอนนี้ยุโรปคือการสร้างสรรค์ทางการเมืองที่แปลกใหม่อย่างสิ้นเชิง ของรัฐอธิปไตยที่มีเสรีภาพ” ซึ่งยอมละทิ้งการเป็นศัตรูและการทำสงครามที่มีมานานหลายศตวรรษ “เพื่อสถาปนาสันติภาพผ่านการพึ่งพาอาศัยกันทางเศรษฐกิจ” และตอนนี้ “ยุโรปต้องเรียนรู้ที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์”
ขณะเดียวกัน มาครงกล่าวว่า ฝรั่งเศสสนับสนุน “ความมุ่งมั่นสู่สันติภาพผ่านการเจรจา” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพื่อยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน
อย่างไรก็ตาม มาครงเน้นว่า หากสงครามนี้ยุติได้แล้วอย่างแท้จริง ทวีปยุโรปจำเป็นต้อง “กำหนดกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกัน เพื่อจำกัดความเสี่ยงของการขยายตัวของความขัดแย้ง” เพื่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงที่แท้จริงในระยะยาวของยุโรปเอง และสร้างความเข้มแข็งและอำนาจให้ตัวเอง เพื่อผลักดันสิ่งเหล่านั้น และสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง ในฐานะประชาธิปไตยที่เชื่อมั่น.
เครดิตภาพ : REUTERS



