สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐเริ่มการชัตดาวน์บางส่วน ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 14 ก.พ. เนื่องจากติดขัดเรื่องการได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสภาคองเกรส
ทั้งนี้ สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองพรรคใหญ่ คือพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต ยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ ในเรื่องการจัดสรรงบประมาณของหน่วยงานที่ดูแลนโยบายปราบปรามผู้อพยพ ซึ่งขึ้นตรงกับความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายพันคน ตั้งแต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสนามบินไปจนถึงเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย ต้องเข้าสู่สถานะพักงานชั่วคราว หรือต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้างจนกว่าสภาคองเกรสจะบรรลุข้อตกลง
สำหรับหน่วยงานที่เป็นใจกลางของข้อพิพาทงบประมาณครั้งนี้คือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี) ซึ่งปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่เมืองมินนีแอโพลิส ในรัฐมินนิโซตา เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่สังหารผู้ประท้วง 2 ราย ทำให้พรรคเดโมแครตยังคงคัดค้านการให้งบประมาณใหม่แก่กระทรวงแห่งนี้ จนกว่าจะมีการปฏิรูปวิธีการทำงานของไอซีอี “อย่างมีนัยสำคัญ” รวมถึงการลดจำนวนการลาดตระเวน การห้ามเจ้าหน้าที่ไอซีอีสวมหน้ากากอำพรางใบหน้าขณะปฏิบัติงาน และเจ้าหน้าที่ต้องมีหมายศาลก่อนตรวจค้น
The Department of Homeland Security officially shut down at 12:01 a.m. on Saturday, after Congress failed to pass a bill to fund its operations before a stopgap measure lapsed.
— CBS News (@CBSNews) February 14, 2026
Here is what will be affected in a DHS shutdown: https://t.co/bVFhf29NS5
แม้นางคริสตี โนเอม รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ พยายามบรรเทาความตึงเครียดของสถานการณ์ ด้วยการออกคำสั่งฉุกเฉิน ให้เจ้าหน้าที่ไอซีอีต้องติดตั้งกล้องติดตัว อย่างไรก็ตาม การเจรจาเรื่องงบประมาณยังไม่ได้ข้อสรุป
ด้านนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ประณามพรรคเดโมแครตกำลังทำให้รัฐบาลชัตดาวน์ด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ่งเป็นการชัตดาวน์ครั้งที่ 3 ในวาระที่สองของทรัมป์ ซึ่งการที่พรรครีพับลิกันมี 53 เสียงในวุฒิสภา ไม่พอกับเกณฑ์ขั้นต่ำอย่างน้อย 60 เสียง เพื่อผ่านงบประมาณ จึงจำเป็นต้องอาศัยเสียงบางส่วนจากพรรคเดโมแครต.
เครดิตภาพ : AFP



