สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า ดับเบิลยูเอชโอยืนยันในแถลงการณ์ว่า วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี สำหรับทารกแรกเกิดที่มีอยู่แล้วนั้น เป็นมาตรการด้านสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพและจำเป็น และมีประวัติการใช้งานที่พิสูจน์ได้
ก่อนหน้านี้ นายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รมว.สาธารณสุขของสหรัฐ ลงมติให้ยุติการแนะนำให้ทารกแรกเกิดทุกคนในสหรัฐ รับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ขณะที่กระทรวงของเขากล่าวว่า การศึกษาในกินี-บิสเซา พยายามตอบคำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพในวงกว้างของวัคซีน และเติมเต็มช่องว่างของหลักฐานที่มีอยู่
เมื่อวันพุธ (11 ก.พ.) นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ประณามการทดลอง ที่วางแผนจะดำเนินการในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตก ว่า “ผิดจริยธรรม” โดยหน่วยงานมีข้อกังวลอย่างมาก เกี่ยวกับการให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ การคุ้มครองทางจริยธรรม และความสอดคล้องโดยรวมต่อหลักการที่กำหนดไว้ สำหรับการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้าร่วมที่เป็นมนุษย์
Hepatitis B birth dose vaccination is a highly effective and safe public health measure, backed by decades of rigorous evidence. @WHO has significant concerns over the justification and ethical safeguards of a proposed randomized controlled trial (RCT) on the hepatitis B birth… pic.twitter.com/TXDLe0nBPH
— Tedros Adhanom Ghebreyesus (@DrTedros) February 13, 2026
อนึ่ง รายงานของกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ อ้างว่า การศึกษาพิสูจน์แล้วว่า วัคซีนช่วยชีวิตได้ในบางคน แต่ไม่ใช่ทุกคน ทำให้ทารกแรกเกิดเสี่ยงต่อ “อันตรายที่อาจแก้ไขไม่ได้” พร้อมโต้แย้งว่า การทดลองแบบใช้ยาหลอก หรือไม่มีการรักษา จะยอมรับได้เฉพาะเมื่อไม่มีการรักษาที่พิสูจน์แล้ว หรือเมื่อการออกแบบดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งด้วยเหตุผลอื่น
ทั้งนี้ ดับเบิลยูเอชโอพร้อมที่จะสนับสนุนกินี-บิสเซา ในการพิจารณาแนวทางในการดำเนินการทดลอง ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสหรัฐ และการเร่งรัดการนำวัคซีนไปใช้ในวงกว้างในอนาคต.
เครดิตภาพ : AFP



