สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมความมั่นคงมิวนิก (เอ็มเอสซี) ที่เมืองมิวนิก มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า สหรัฐกับยุโรป “ไม่ได้พยายามที่จะแยกจากกัน แต่ต้องการฟื้นฟูมิตรภาพอันเก่าแก่และต่อยอดอารยธรรมซึ่งมีความยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์” อย่างไรก็ดี สิ่งที่รัฐบาลวอชิงตันต้องการ “คือพันธมิตรที่มีความกระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง”
ขณะเดียวกัน รูบิโอกล่าวเสริมว่า สหรัฐต้องการให้ยุโรปมีความแข็งแกร่ง และเชื่อมั่นว่า “ยุโรปต้องอยู่รอด” พร้อมทั้งย้ำว่า “ยุโรปและสหรัฐเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน”
อนึ่ง สุนทรพจน์ของรูบิโอมีความแตกต่างอย่างมากเมื่อเทียบกับรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรองผู้นำสหรัฐเคยใช้เวทีเดียวกันนี้โจมตีนโยบายของยุโรปเรื่องผู้อพยพและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น จนสร้างความตกตะลึงและเรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักให้แก่พันธมิตรยุโรป
???????? @SecRubio explaines his Administrations direct wording towards Europe, #MSC2026. pic.twitter.com/hFgwrk8fQq
— Munich Security Conference (@MunSecConf) February 14, 2026
แม้รูบิโอยังคงย้ำจุดยืนของรัฐบาลวอชิงตันว่า ปัญหาผู้อพยพกำลัง “ทำให้สังคมขาดความเสถียรภาพ” แต่โดยส่วนใหญ่ เจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงของสหรัฐ เลี่ยงประเด็นร้อนแรงในสไตล์กระตุ้นความรู้สึกแบบ “ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” และ “ประเด็นสงครามวัฒนธรรม”
ก่อนการขึ้นเวทีของรูบิโอ มีผู้นำยุโรปหลายคนขึ้นเวทีกล่าวสุนทรพจน์ก่อนหน้า พร้อมใจกันให้คำมั่นว่า จะแบกรับภาระในการป้องกันร่วมขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ให้มากขึ้น หลังได้รับผลกระทบจากเจตนารมณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่มีต่อกรีนแลนด์ และความเห็นในเชิงเป็นศัตรูต่อพันธมิตรดั้งเดิม.
เครดิตภาพ : AFP



