สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่านายทาริก ราห์มัน สาบานตนในพิธีซึ่งจัดขึ้นด้านนอกอาคารรัฐสภา ในกรุงธากา เพื่อรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของบังกลาเทศอย่างเป็นทางการ เป็นคนที่ 11 ของประเทศ ต่อจากชีค ฮาสินา ซึ่งหลบหนีไปลี้ภัยในต่างประเทศ หลังถูกประชาชนลุกฮือขับไล่ เมื่อปี 2567 และนายมูฮัมหมัด ยูนุส นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบล ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่รักษาการ ในฐานะที่ปรึกษา


ราห์มัน วัยประมาณ 60 ปี ผู้นำพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (บีเอ็นพี) ซึ่งเป็นทายาทหนึ่งในตระกูลการเมืองทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ จากการเป็นทายาทของนางคาเลดา เซีย อดีตนายกรัฐมนตรี นำพรรคบีเอ็นพีคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่ผ่านมา กล่าวระหว่างพิธีสาบานตนว่า “ชัยชนะครั้งนี้เป็นของบังกลาเทศ เป็นของประชาธิปไตย และเป็นของประชาชนที่ยอมเสียสละเพื่อสิ่งนี้”


ขณะเดียวกัน ราห์มันให้คำมั่นว่า จะฟื้นฟูเสถียรภาพและการเติบโตให้กับบังกลาเทศ ซึ่งเผชิญกับความวุ่นวายหลายเดือน และทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างหนัก ซึ่งผู้นำคนใหม่ของบังกลาเทศยอมรับว่า ต้องนำพาประเทศเดินทาง “บนเส้นทางใหม่”

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เศรษฐกิจเปราะบาง สถาบันตามรัฐธรรมนูญอ่อนแอ และสถานการณ์กฎหมายบ้านเมืองที่เสื่อมถอย
การก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางการเมืองของราห์มัน ได้รับการวิเคราะห์ว่าเป็น “เส้นทางมหัศจรรย์” เนื่องจากเพิ่งเดินทางกลับบังกลาเทศ เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว หลังลี้ภัยอยู่ในสหราชอาณาจักรนานถึง 17 ปี


ขณะที่ผลอย่างเป็นทางการของการเลือกตั้งทั่วไปของบังกลาเทศ ยืนยันว่าพรรคบีเอ็นพีคว้าชัยไปได้ 212 ที่นั่ง ส่วนพันธมิตรพรรคฝ่ายค้าน จามาอัต-อี-อิสลามี ได้รับการเลือกตั้ง 77 ที่นั่ง แม้มีการร้องเรียนเพื่อคัดค้านผลการเลือกตั้งใน 32 เขต แต่นายชะฟิกูร์ ราห์มาน ผู้นำพรรคจามาอัต-อี-อิสลามี ยืนยันว่าจะ “ทำหน้าที่ฝ่ายค้านซึ่งยึดมั่นในหลักการและสันติภาพ”.

เครดิตภาพ : REUTERS