นางบรรจง เมาตยา อายุ 41 ปี เกษตรกรบ้านโนนแคน หมู่ 9 ต.เวียงสะอาด อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ตนปลูกแตงโมบาท  สายพันธุ์ อาทิ ตอร์ปิโด ทัมอัพ ฟินเลดี้ และคริมสันเรด  หลังนามานานกว่า 10 ปี โดยใช้พื้นที่ว่างหลังการเก็บเกี่ยวข้าว 10 ไร่ ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งการปลูกแตงโมให้ผลตอบแทนดีกว่าการทำนาเพียงอย่างเดียว สร้างรายได้เฉลี่ยไร่ละประมาณ 30,000 บาท  จะมีรายได้รวมราว 300,000 บาทต่อรอบการปลูก หลังหักต้นทุนต่าง ๆ เช่น ค่าเมล็ดพันธุ์ และอุปกรณ์ระบบน้ำแล้ว เหลือกำไรสุทธิประมาณ 200,000 บาทต่อปี โดยราคาจำหน่ายเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 12–13 บาท

 สำหรับการปลูกแตงโมใช้ระยะเวลาประมาณ 2–3 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้  ใช้น้ำน้อย และเน้นระบบเกษตรอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ ไม่ใช้สารเคมี จึงเป็นที่ต้องการของตลาด   ซึ่งการปลูกแตงโมหลังนาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และใช้พื้นที่การเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยพื้นปลูกแตงโมแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมการปลูกจากกรมส่งเสริมการเกษตร และเป็นกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ที่มีการควบคุมคุณภาพและการใช้สารเคมีอย่างเข้มงวด

สำหรับขั้นตอนการปลูกแตงโม มีการเตรียมดินและแปลงปลูกซึ่งแตงโมชอบดินร่วนปนทราย หรือเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี หลังจากนั้นไถพรวน ลึกประมาณ 20-25 ซม. ทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค  ยกแปลงสูงประมาณ 30-40ซม. กว้างประมาณ 1-1.5 เมตร เพื่อป้องกันน้ำขัง การเพาะเมล็ดในถาดกล้าประมาณ 7-10 วัน เมื่อเกิดมีใบจริง2-3ใบ และย้ายต้นกล้าลงแปลงในเวลาช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าปรับตัวได้โดยใช้ระยะห่าง 1 เมตร ระหว่างแถว 2-3 เมตร ส่วนการดูแลรักษา รดน้ำในช่วงเช้า และงดการลดน้ำช่วงค่ำเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดเชื้อรา