สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่านายโยฮันน์ วาเดอพูห์ล รมว.กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี กล่าวถึงความเป็นพันธมิตรระหว่างเยอรมนีกับฝรั่งเศส ว่ามีความสำคัญในระดับ “ชี้เป็นชี้ตาย” สำหรับทั้งสองประเทศ นั่นคือเหตุผลว่า เพราะเหตุใดการสื่อสารที่เปิดกว้าง การแลกเปลี่ยนอย่างจริงใจ และการถกเถียงอย่างตรงไปตรงมาจึงมีความสำคัญยิ่ง


ขณะเดียวกัน วาเดอพูห์ลกล่าวว่า เยอรมนีเราตระหนักดีถึงความรับผิดชอบที่มีต่อยุโรป ดังนั้น ฝรั่งเศสและเยอรมนีจึงต้องรวมพลังกันต่อไป


ความพยายามปรับความเข้าใจครั้งนี้เกิดขึ้น ในช่วงเวลาที่ผู้นำยุโรปต่างให้คำมั่นว่า จะเพิ่มความเป็นเอกภาพเพื่อรับมือกับความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นกับสหรัฐ ทั้งในเรื่องการค้าและความมั่นคง


ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน วาเดอพูห์ลวิจารณ์รัฐบาลปารีสอย่างหนัก ว่าหากฝรั่งเศสต้องการนำยุโรปสู่อธิปไตย ต้องเริ่มจากการปฏิบัติในบ้านตัวเองก่อน และควรเพิ่มการแบ่งเบาเรื่องงบประมาณกลาโหมร่วมกันในระดับภูมิภาค


ขณะที่นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำเยอรมนี กล่าวว่า รัฐบาลเบอร์ลินอาจถอนตัวจากโครงการพัฒนาเครื่องบินรบร่วมกัน หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างบริษัทผู้รับเหมา


นอกจากนั้น ฝรั่งเศสคัดค้านข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรป ( อียู ) กับกลุ่มตลาดร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง หรือ “เมร์โกซูร์” ทั้งที่เป็นข้อตกลงซึ่งเยอรมนีให้การสนับสนุนอย่างมาก


ส่วนเมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา อียูลดระดับความเข้มงวดของแผนการสั่งแบนรถยนต์ใช้น้ำมัน ภายในปี 2578 ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามของเยอรมนี ท่ามกลางการคัดค้านของฝรั่งเศส.

เครดิตภาพ : AFP