วานนี้ (18 ก.พ. 2569) นิตยสารธุรกิจและการเงินระดับโลก ‘ฟอร์จูน’ เผยแพร่บทความออนไลน์ระบุถึงอัตราค่าตอบแทนพนักงานระดับสะเทือนวงการของบริษัทเทคสตาร์ทอัพที่กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีเอไออย่าง ‘โอเพนเอไอ’ โดยเป็นหนึ่งในกลยุทธ์รักษาบุคลากรท่ามกลางการฟาดฟันอย่างดุเดือดในสายงานเพื่อช่วงชิงทรัพยากรบุคคล
โอเพนเอไอจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน 4,000 คนในรูปแบบหุ้น โดยมีมูลค่าเฉลี่ยต่อหัวสูงถึง 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 46.8 ล้านบาท) ซึ่งนับเป็นระดับที่สูงที่สุดในบรรดาบริษัทเทคสตาร์ทอัพที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ และมีแผนนำบริษัทซึ่งมูลค่าสูงถึง 830,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 26 ล้านล้านบาท) เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในช่วงปลายปีนี้ ทำให้ผลตอบแทนครั้งนี้มีโอกาสกลายเป็นลาภลอยก้อนโตของเหล่าพนักงานไปด้วย
ตัวอย่างที่ใกล้เคียงที่สุดของการแบ่งปันหุ้นมูลค่าสูงให้พนักงานเช่นนี้คือเมื่อครั้งที่ ‘กูเกิล’ เข้าตลาดหุ้นในช่วงต้นปี 2543 ซึ่งค่าตอบแทนหุ้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว) หรือประมาณ 7.8 ล้านบาท
เมื่อมองว่า คู่แข่งด้านเอไออย่าง แอนโทรพิค, เมตา, ไมโครซอฟท์ และกูเกิล ต่างจ้องจะดึงตัวบุคลากรระดับหัวกะทิที่มีความสามารถในการสร้างโมเดลเอไอยุคใหม่ในระดับสเกลใหญ่ กลยุทธ์ด้านให้ค่าตอบแทนเป็นหุ้นของโอเพนเอไอจึงน่าจะมาจากแนวคิดหลักเพื่อรักษาบุคลากรไว้ โดยรายได้ต่อปีของโอเพนเอไอเกือบครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 46.2% ถูกนำไปใช้เพื่อจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบหุ้น ตอกย้ำว่าสงครามแย่งชิงบุคลากรด้านเอไอนั้นดุเดือดอย่างมาก
ตัวเลข 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้นเป็นเพียงการประเมินค่าเฉลี่ยในหมู่พนักงานทั่วไป ทำให้คาดได้ว่าบุคลากรระดับสูงของบริษัทอาจได้รับส่วนแบ่งที่สูงกว่านั้นมาก

โอเพนเอไอเองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอการเติบโต โดยปัจจุบันบริษัทมีการประกาศรับสมัครงานกว่า 450 ตำแหน่งในสหรัฐเพียงแห่งเดียว ครอบคลุมทั้งด้านการวิจัย นโยบายผลิตภัณฑ์ การทำตลาด และอื่นๆ ซึ่งคุณสมบัติของผู้สมัครส่วนใหญ่จะ “มีความยืดหยุ่น” มากกว่าที่จะกำหนดตายตัว โดยระบุความต้องการหลักๆ ของทางบริษัทเพียงไม่กี่ประการ
สำหรับบางตำแหน่ง บริษัทอาจระบุว่าผู้สมัครจะ “เติบโตได้ดี” หากมีวุฒิการศึกษาบางประเภท แต่มีน้อยตำแหน่งที่จะระบุข้อกำหนดตายตัว ในทางกลับกัน โอเพนเอไอให้ความสำคัญต่อความสามารถที่พิสูจน์ได้ ความลึกซึ้งทางเทคนิค และการมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องกับพันธกิจขององค์กร
ค่าตอบแทนของที่นี่นับว่าน่าดึงดูดใจมากโดยหลายตำแหน่งให้เงินเดือนเริ่มต้นโดยไม่ต่ำกว่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ (6.2 ล้านบาท) ต่อปี ทั้งนี้ ไม่รวมค่าตอบแทนในรูปแบบหุ้น และยังให้ความช่วยเหลือด้านการย้ายถิ่นที่อยู่อีกด้วย แม้แต่เด็กฝึกงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ก็ได้ค่าตอบแทนสูงถึง 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง (ราว 1,873 บาท) พร้อมกับโอกาสในการก้าวเข้ามาเป็นพนักงานของบริษัท
แซม อัลต์แมน ซีอีโอของโอเพนเอไอให้คำแนะนำง่ายๆ สำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทว่า คุณสมบัติสำคัญคือการใช้เครื่องมือเอไอให้เก่ง
“กลยุทธ์ที่ชัดเจนมากก็คือ แค่ทำให้ตัวเองเก่งมากๆ ในการใช้เครื่องมือเอไอ” อัลต์แมนกล่าวในรายการพอดแคสต์ ‘Stratechery’ เมื่อปีที่แล้ว “เหมือนตอนที่ผมกำลังจะจบมัธยมปลาย สิ่งที่ชัดเจนตอนนั้นคือต้องเขียนโค้ดให้เก่ง และนี่คือเวอร์ชันใหม่ของสภาพการณ์แบบนั้น”
แต่ขณะที่กระแสเอไอกำลังบูมและสร้างความมั่งคั่งมหาศาล อัลต์แมนกลับไม่ได้สนใจที่จะร่ำรวยจากวงการนี้ เขาไม่ได้เป็นเจ้าของหุ้นในบริษัทโอเพนเอไอที่ตัวเองสร้างขึ้นเลย และเงินเดือนของเขาก็ค่อนข้างน้อย โดยในปี 2567 เขาได้รับเงินเดือนจากบริษัทเพียง 76,001 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.3 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม อัลต์แมนยังคงเป็นชายผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินสุทธิ 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 96,707 ล้านบาท) ตามข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส์ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนในบริษัทอื่น เช่น สไตรป์, เรดดิท และบริษัทนิวเคลียร์ฟิวชันอย่างฮีเลียน
ที่มา : fortune.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



