สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่า สำนักงานตำรวจภูมิภาคเธมส์ แวลลีย์ ออกแถลงการณ์ ว่า “ชายอายุ 60 ปีกว่า” ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเอาไว้นานหลายชั่วโมง “ได้รับการปล่อยตัวระหว่างการสอบสวน” และการตรวจค้นในมณฑลนอร์ฟอล์กสิ้นสุดแล้ว


ทั้งนี้ คำว่า “ได้รับการปล่อยตัวระหว่างการสอบสวน” เป็นศัพท์ทางกฎหมายของตำรวจในสหราชอาณาจักร หมายถึงผู้ต้องสงสัยได้รับการปล่อยตัวโดยยังไม่มีการตั้งข้อหาในทันที แต่ตำรวจยังคงเดินหน้าสืบสวนสอบสวนคดีต่อไป และอาจเรียกตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำเพิ่มเติม หรือตั้งข้อหาได้ในภายหลัง


แม้ตำรวจยังคงปฏิเสธระบุอย่างเป็นทางการ ว่าผู้ที่ถูกจับกุมเป็นใคร แต่สื่อมวลชนในสหราชอาณาจักรรายงานพร้อมทั้งเผยแพร่ภาพกันอย่างครึกโครมแล้วว่า บุคคลนั้นคือนายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรืออดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก พระราชอนุชาในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร และการจับกุมเกิดขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่สงสัยอดีตเจ้าชายว่า เคยปฏิบัติหน้าที่มิชอบในตำแหน่งสาธารณะ


ส่วนการตรวจค้นสถานที่นั้น ที่เสร็จสิ้นแล้ว เข้าใจกันว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับเขตพระราชฐานซานดริงแฮม ทางตะวันออกของเกาะอังกฤษ ซึ่งตอนนี้เป็นที่อยู่ของนายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ แต่สถานที่ในเขตพระราชฐานวินด์เซอร์ ทางตะวันตกของกรุงลอนดอนนั้น น่าจะยังคงมีการตรวจค้นอยู่


ขณะที่สำนักพระราชวังบักกิงแฮมเผยแพร่แถลงการณ์ของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ว่า “ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย” และทรงยืนยันว่า ราชวงศ์พร้อมให้ความสนับสนุนและความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ “ด้วยความจริงใจและความเต็มใจ”


อนึ่ง ในเอกสารเกี่ยวกับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีและอาชญากรทางเพศผู้ล่วงลับ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ มีการระบุว่า อดีตเจ้าชายแอนดรูว์เคยส่งข้อมูลลับเกี่ยวกับเวียดนาม ฮ่องกง จีน และสิงคโปร์ ให้กับเอปสตีน เมื่อปี 2553 ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งทูตการค้าของสหราชอาณาจักร


การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายละเมิดระเบียบปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งต้องรักษาความลับทางราชการและข้อมูลเชิงพาณิชย์อย่างเคร่งครัด นำไปสู่การสงสัยว่า กระทำการมิชอบในตำแหน่งหน้าที่และถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวนในที่สุด.

เครดิตภาพ : REUTERS