สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ว่า การชุมนุมที่มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในอิหร่าน เกิดขึ้นหลังการประท้วงครั้งใหญ่ซึ่งถูกรัฐบาลเตหะรานปราบปรามเมื่อเดือนที่แล้ว และมีผู้เสียชีวิตหลายพันราย

การปราบปรามดังกล่าวทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ข่มขู่ว่าจะดำเนินการแทรกแซงทางทหาร แต่ในเวลาต่อมา เขาก็เปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแทน เนื่องจากรัฐบาลชาติตะวันตกกังวลว่า รัฐบาลเตหะรานจะผลิตระเบิดปรมาณู

เมื่อไม่นานมานี้ สหรัฐและอิหร่านกลับมาเจรจากันอีกครั้ง เกี่ยวกับข้อตกลงที่เป็นไปได้ ซึ่งมีโอมานเป็นคนกลาง แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลวอชิงตันก็เพิ่มการประจำการทหารในภูมิภาค โดยส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ เครื่องบินขับไล่ และยุทโธปกรณ์ เพื่อสนับสนุนคำเตือนของตนเอง

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวเอเอฟพี และสถานีโทรทัศน์หลายแห่งของอิหร่าน แสดงให้เห็นการทะเลาะวิวาทของฝูงชน ขณะที่ผู้คนตะโกนว่า “บี ชาราฟ” ซึ่งหมายความว่า “น่าอับอาย” ในภาษาเปอร์เซีย รวมถึงตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาล

อนึ่ง เหตุการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน ปะทุขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว เนื่องจากความตึงเครียดทางการเงินที่ยืดเยื้อ จนลุกลามกลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ ส่งผลให้กองกำลังความมั่นคงของอิหร่าน ดำเนินการปราบปรามอย่างรุนแรง

แม้ทางการอิหร่านยอมรับว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 ราย แต่ระบุว่าความรุนแรงเกิดจาก “การก่อการร้าย” ที่ได้รับการสนับสนุนจากศัตรูของอิหร่าน.

เครดิตภาพ : AFP