สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ว่าประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล กล่าวถึงการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ปรับขึ้นอัตราภาษีทั่วโลกใหม่เป็น 15% จากเดิม 10% หลังศาลฎีกาพิพากษาให้มาตรการเดิมเป็นโมฆะ ว่าโลกไม่ต้องการสงครามเย็นครั้งใหม่ ไม่ต้องการการแทรกแซงจากประเทศอื่น และทุกประเทศ “ควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน”
ขณะเดียวกัน ลูลากล่าวถึงทรัมป์ว่า “เราสองคนต่างเป็นชายวัย 80 ปี” โดยปัจจุบันลูลาอายุ 80 ปี ส่วนทรัมป์มีอายุ 79 ปี และทั้งคู่มีกำหนดพบหารือกันที่กรุงวอชิงตัน ในเดือน มี.ค. นี้ ดังนั้น “ชายชราสองคนจะล้อเล่นกับประชาธิปไตยไม่ได้ เราต้องจับมือสบตากันแบบตัวต่อตัว เพื่อหารือว่าอะไรดีที่สุดสำหรับสหรัฐและบราซิล”
Brazil doesn't want 'new Cold War', Lula says before Trump meeting https://t.co/waPaQoA5yY
— The Straits Times (@straits_times) February 22, 2026
แม้ผู้นำบราซิลยอมรับว่า มีความเห็นต่างกันอย่างสุดขั้วกับทรัมป์ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการค้าและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ทั้งสองจะมีความเห็นต่างกันอย่างสุดขั้วในเรื่องพหุภาคี การค้าโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ผู้นำบราซิลเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์จะกลับสู่ภาวะปกติได้หลังการหารือครั้งนี้
ถ้อยแถลงดังกล่าวของลูลาเกิดขึ้น หลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ด้วยเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าทรัมป์ไม่สามารถอ้างการใช้อำนาจตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ (ไออีอีพีเอ) ฉบับปี 2520 เพื่อตั้งกำแพงภาษีใส่แต่ละประเทศได้ตามใจชอบ
หลังจากนั้น ผู้นำสหรัฐประกาศใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 ประกาศอัตราภาษี 15% เป็นเวลา 150 วัน.
เครดิตภาพ : AFP



