สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ว่า นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า ข้อตกลงการค้าระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับคู่ค้านานาประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรป (อียู) และจีน ยังคงมีผลบังคับใช้ สหรัฐยังคงยึดมั่นปฏิบัติตามข้อตกลง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อีกฝ่ายจะปฏิบัติแบบเดียวกัน
ขณะเดียวกัน เกรียร์กล่าวถึงการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ปรับขึ้นภาษีทั่วโลกภายในเวลาอันรวดเร็วจาก 10% เป็น 15% โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 สะท้อน “ความเร่งด่วนของสถานการณ์” เพื่อลดการขาดดุลการค้าระหว่างสหรัฐกับนานาประเทศ หลังศาลฎีกาพิพากษายกเลิกมาตรการภาษีเดิม
U.S. Trade Representative Amb. Jamieson Greer confirmed the Trump administration has less flexibility with its tariffs after the Supreme Court’s ruling than it did before: “We don't have the same flexibility that IEEPA gave us, which is the emergency statute under Section 301.” pic.twitter.com/HYrEQnqrmr
— Face The Nation (@FaceTheNation) February 22, 2026
นอกจากนี้ เกรียร์กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันจะ “รื้อฟื้นและสร้างนโยบายการค้าขึ้นมาใหม่” โดยใช้เครื่องมือทางกฎหมายอื่นที่ยังมีอยู่ รวมถึงมาตรา 301 ของกฎหมายว่าด้วยการตอบโต้การค้าที่ไม่เป็นธรรม ฉบับปี 2517 และมาตรา 302 ของกฎหมายการค้าฉบับปี 2517 ซึ่งอนุญาตให้รัฐบาลสหรัฐสอบสวนพฤติกรรมการค้าของต่างประเทศ ที่ละเมิดข้อตกลงทางการค้า หรือเป็นการกระทำที่ไม่สามารถยอมรับได้ ไม่สมเหตุสมผล หรือมีการเลือกปฏิบัติ.
เครดิตภาพ : REUTERS



