ผลสำรวจล่าสุดกลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองไปทั่วโลก เมื่อรายงานจากแพลตฟอร์มการศึกษา EduBirdie ซึ่งทำการสำรวจกลุ่มคนเจน Z จำนวน 2,000 คน พบการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งสำคัญ โดยคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญกับความต้องการพื้นฐาน อย่างการพักผ่อนและอนาคตที่มั่นคง มากกว่าเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศอย่างเห็นได้ชัด

ตัวเลขระบุว่า 67% ของคนเจน Z เลือกที่จะ “นอนหลับอย่างเพียงพอ” มากกว่าการมีเพศสัมพันธ์ ขณะที่อีกกว่า 64% ให้ความสำคัญกับ “การมีงานที่มั่นคง” และ 59% มุ่งเน้นไปที่ “ความสำเร็จส่วนบุคคล” เป็นอันดับแรก

นอกจากความกังวลเรื่องปากท้องและสุขภาพแล้ว ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นว่า คนเจน Z เริ่มแสวงหาความสุขจากการอยู่ลำพัง และการรักษาความสัมพันธ์ในหมู่เพื่อนฝูงมากขึ้น ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ความสัมพันธ์กับเพื่อนมีความสำคัญสูง และ 46% ยอมรับว่าพวกเขาชอบที่จะใช้เวลาอยู่คนเดียว มากกว่าการออกเดท หรือมีกิจกรรมทางเพศ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของนักวิเคราะห์ที่มองว่า คนรุ่นนี้เติบโตมาในยุคดิจิทัล ที่เข้าถึงความบันเทิงและการดูแลตัวเองได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว เช่น การดูเน็ตฟลิกซ์ หรือการทำกิจกรรม Self-care ในพื้นที่ส่วนตัว ทำให้การออกไปพบปะผู้คนในพื้นที่จริงเพื่อสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิด ถูกลดทอนความสำคัญลง

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้หมายความว่าคนเจน Z ปิดกั้นเรื่องเพศโดยสิ้นเชิง แต่พวกเขากลับมีความตระหนักเรื่อง “ขอบเขต” และ “ความยินยอม” (Consent) ที่สูงขึ้นอย่างมาก โดย 82% เชื่อว่าควรมีการตกลงขอบเขตก่อนเริ่มความสัมพันธ์ และมากถึง 92% รู้สึกมั่นใจที่จะปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ หากตนเองไม่พร้อม ซึ่งสะท้อนถึงวุฒิภาวะ และการให้เกียรติสิทธิในร่างกายตัวเองที่ชัดเจนกว่าคนรุ่นก่อน ๆ นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ “เซ็กซ์เสื่อมถอย” ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ข้อมูลจากสหรัฐฯ ยังพบว่าผู้ชาย 1 ใน 3 และผู้หญิง 1 ใน 5 คน ในภาพรวมทุกช่วงวัย มีรายงานว่าไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เลยในช่วงปีที่ผ่านมาเช่นกัน

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาและนักวิเคราะห์สื่อ ตั้งข้อสังเกตว่า สื่อสังคมออนไลน์มีส่วนสำคัญที่บิดเบือนความคาดหวังในความรัก ผ่านการสร้างมาตรฐานความสวยงาม และความสำเร็จในอุดมคติที่สูงเกินจริง จนทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับการออกเดท นอกจากนี้ในกลุ่มหญิงสาวรุ่นใหม่ ยังมีแนวคิดว่าการมีเพศสัมพันธ์ในรูปแบบเดิม มักยึดความต้องการของผู้ชายเป็นศูนย์กลาง ส่งผลให้เกิดเทรนด์การ “งดเว้นโดยสมัครใจ” เพื่อกลับมาโฟกัสที่ความสุข และเป้าหมายของตัวเองอย่างแท้จริง ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพฤติกรรมทางสังคมในปี 2026 นี้

ที่มาและภาพ : insight korea, chatgpt, freepik