สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ว่า อัลบาเนซีกล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ หรือนายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ พระราชอนุชาในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ซึ่งขณะนี้ถูกสอบสวนในข้อหาประพฤติมิชอบระหว่างดำรงตำแหน่งหน้าที่ในหน่วยงานรัฐ เนื่องจากความสัมพันธ์กับนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรชาวอเมริกันผู้อื้อฉาว
ผู้นำออสเตรเลียระบุว่า สหราชอาณาจักรจะต้องเป็นฝ่ายริเริ่มการเปลี่ยนแปลงลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ แต่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอีก 14 ประเทศในเครือจักรภพ ซึ่งมีสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 เป็นประมุขแห่งรัฐ
Australian PM seeks removal of UK's Andrew from line of succession.
— AFP News Agency (@AFP) February 24, 2026
Britain would have to initiate any change to the line of royal succession — but it would need the agreement of the 14 other Commonwealth realms that have King Charles III as head of state… pic.twitter.com/tGu28hLHHq
“ออสเตรเลียชอบเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และเราทำให้ทุกคนรู้ว่า จุดยืนของเราคืออะไร และในวันนี้ เราส่งจดหมายถึงประเทศอื่น ๆ ในเครือจักรภพ เพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบถึงจุดยืนของเรา” อัลบาเนซี กล่าวเพิ่มเติม
ในจดหมายถึงสตาร์เมอร์ อัลบาเนซีกล่าวว่า รัฐบาลแคนเบอร์ราจะเห็นด้วยกับข้อเสนอใด ๆ ก็ตาม ที่ถอดถอนนายแอนดรูว์ เมาต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ พร้อมกับอธิบายว่า ข้อกล่าวหาต่ออดีตเจ้าชายแอนดรูว์ “มีความร้ายแรง”
กระนั้น อัลบาเนซีปฏิเสธการจัดทำประชามติเพื่อให้ออสเตรเลียเปลี่ยนระบอบเป็นสาธารณรัฐ แม้เขาสนับสนุนการมีประมุขแห่งรัฐที่เป็นชาวออสเตรเลียก็ตาม.
เครดิตภาพ : REUTERS



