วันที่ 26 ก.พ. 69 ที่บริเวณหลุมขุดค้นกลองมโหระทึก หรือกลองสำริดโบราณ อายุประมาณ 1,500–2,000 ปี ณ กลางทุ่งนาบ้านดอนพลับ หมู่ 6 ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ตามที่ สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลสมอพลือ ชาวชุมชนสมอพลือ รวมถึงเจ้าของที่ดิน ได้เริ่มขุดค้นตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. 2569

การขุดค้นนำโดย น.ส.กรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี พร้อมคณะนักโบราณคดี ร่วมกับอาสาสมัครจากชุมชน และอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ดำเนินการขุดกู้ชิ้นส่วนกลองมโหระทึกที่ฝังอยู่ในดิน จำนวน 2 ใบ และขุดสำรวจทางโบราณคดีเพื่อค้นหาโบราณวัตถุที่เชื่อมโยงกับกลองมโหระทึกดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า ทีมนักโบราณคดีได้ขุดสำรวจพบชิ้นส่วนกระดูก สันนิษฐานว่าเป็นกระดูกมนุษย์ ฝังลึกจากผิวดินประมาณ 120 เซนติเมตร โดยพบชิ้นส่วนกระดูกฝังรวมกับภาชนะสำริด ใกล้กับจุดที่พบกลองมโหระทึก ซึ่งรายล้อมด้วยภาชนะดินเผาที่ขุดพบก่อนหน้านี้

น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า การค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ใกล้กับกลองมโหระทึก ภาชนะดินเผา และเครื่องประดับอื่น ๆ ในบริเวณเดียวกัน บ่งชี้ได้อย่างชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมฝังศพ ส่วนจะเป็นการฝังศพในช่วงยุคก่อนประวัติศาสตร์ หรือยุคทวารวดีนั้น ยังเป็นเพียงสมมุติฐานของนักโบราณคดี จึงประเมินอายุอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงยุคทวารวดีตอนต้น ราว 1,500–2,000 ปี

นักโบราณคดียังกล่าวอีกว่า ในสมัยโบราณ ผู้ที่มีสิทธิใช้กลองมโหระทึกได้มักเป็นชนชั้นผู้นำ หรือบุคคลสำคัญของชุมชน การพบโครงกระดูกมนุษย์ในหลุมขุดค้นครั้งนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมโยงกับพิธีกรรมฝังศพ

นอกจากนี้ ยังพบภาชนะสำริดบริเวณโครงกระดูก ในลักษณะวางทับและสวมใส่ จึงสันนิษฐานว่าเป็นการฝังศพครั้งที่ 1 หรือการฝังร่างทันทีหลังเสียชีวิต กล่าวคือ เมื่อบุคคลดังกล่าวถึงแก่กรรม ได้มีการประกอบพิธีกรรม พร้อมใส่เครื่องประดับและภาชนะสำริดฝังรวมกับร่างในคราวเดียวกัน อีกทั้งยังพบภาชนะดินเผาอย่างน้อย 7 ใบ

การค้นพบทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่าโครงกระดูกดังกล่าวน่าจะเป็นบุคคลสำคัญของชุมชนในอดีต มีสถานะสูง และมีฐานะมั่งคั่งในยุคนั้น